Home การเมือง กต.ไทยเอาจริง! ส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา ปมคลิปเสียงนายกฯ ย้ำ “ไม่อาจยอมรับได้”
การเมืองต่างประเทศ

กต.ไทยเอาจริง! ส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา ปมคลิปเสียงนายกฯ ย้ำ “ไม่อาจยอมรับได้”

กระทรวงการต่างประเทศไทยเคลื่อนไหว ส่งหนังสือประท้วงทางการทูตถึงกัมพูชา กรณีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร-ฮุน เซน” ย้ำชัดเป็นการกระทำที่ละเมิดจรรยาบรรณ สั่นคลอนความเชื่อมั่นระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

Share
Share

กต. ส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา ปมคลิปเสียงนายกฯ ย้ำ “ขัดมารยาททางการทูต” กระทบความเชื่อใจเพื่อนบ้าน

กระทรวงการต่างประเทศของไทย เดินหน้าส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการถึงรัฐบาลกัมพูชา หลังเกิดเหตุการณ์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กับ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา หลุดออกสู่สาธารณะจนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม

โดย นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงจุดยืนของไทยว่าการกระทำดังกล่าว “ขัดต่อจรรยาบรรณและมารยาทพื้นฐานของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ” พร้อมระบุว่านี่คือสิ่งที่ “ไม่อาจยอมรับได้” ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อใจระหว่างไทย-กัมพูชา

กต. เตรียมส่งหนังสือประท้วงผ่านช่องทางการทูตอย่างเป็นทางการ พร้อมเน้นย้ำว่าประเด็นนี้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ

สำหรับคลิปเสียงที่เป็นปัญหา เกิดขึ้นระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่าย ซึ่งฝ่ายไทยยืนยันว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและควรดำเนินการด้วยความระมัดระวัง โดยทางการไทยให้ความสำคัญกับการรักษามารยาททางการทูตและหลักจริยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องร่วมกันหาทางออกและฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อความมั่นคงและสันติสุขในภูมิภาค

หนังสือประท้วงกัมพูชา

เนื้อหาหนังสือประท้วงระบุว่า

กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา และขอแสดงความนับถือต่อเรื่องนี้ว่า “รัฐบาลไทยผิดหวังอย่างยิ่ง ที่การสนทนาทางโทรศัพท์เป็นการส่วนตัวระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับผู้นำระดับสูงของกัมพูชาถูกเปิดเผยต่อสื่อมวลชน ความไว้วางใจและความเคารพระหว่างผู้นำทั้งสองถือเป็นพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความประพฤติปฏิบัติระหว่างประเทศต่าง ๆ

การกระทำดังกล่าวขัดแย้งกับแนวปฏิบัติที่ยอมรับในระดับสากล และจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความพยายามอย่างต่อเนื่องของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยความสุจริตใจ”

Share

ข่าวแนะนำ

Related Articles