“แม่ทัพภาค 2 คือศัตรู?” คลิปเสียงแพทองธาร-ฮุน เซน สั่นสะเทือนการเมืองไทย! กระแสกดดัน “ลาออก” พุ่ง — เปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนต่อไป
ดูเหมือนการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน” อีกครั้ง หลังโลกโซเชียลลุกเป็นไฟจาก คลิปเสียงหลุด ที่ถูกระบุว่าเป็นบทสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กับ สมเด็จฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึง “แม่ทัพภาค 2” โดยตรงว่า
“ไม่ใช่พวกเรา…แต่คือศัตรู”
คำพูดเพียงไม่กี่คำนี้ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทันทีบนแพลตฟอร์ม X, TikTok และ Facebook โดยประชาชนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง บ้างถึงขั้นเรียกร้องให้ “ลาออก” หรือ “ยุบสภา” ทันที!
นายกฯ แจงแล้ว!
แพทองธาร ชี้แจงผ่านแถลงการณ์ว่า การสนทนาดังกล่าวเป็น “ไพรเวท คอมมูนิเคชั่น” หรือการพูดแบบหลังบ้านที่ใช้ “เทคนิคการเจรจา” กับผู้นำต่างประเทศ ไม่ได้มีเจตนาสร้างความแตกแยก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มองแม่ทัพภาค 2 เป็นศัตรูจริง ๆ
แต่คำอธิบายนี้ ไม่อาจดับไฟดราม่าได้ เพราะชาวเน็ตจำนวนมากตั้งคำถามว่า “นี่หรือคือผู้นำประเทศ?” และเริ่มมีการปลุกกระแส #ยุบสภา #ลาออกไปเถอะ อย่างร้อนแรงทั่วโซเชียล
ถ้า “แพทองธาร” ไป ใครจะมา? เปิด 6 รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
กระแสการเมืองพุ่งแรงขึ้นทันทีเมื่อสื่อหลายสำนักเปิดเผยรายชื่อ “แคนดิเดตนายกฯ” ที่อาจได้ขึ้นแทน หากแพทองธารลาออกจากตำแหน่ง ได้แก่:
1. อนุทิน ชาญวีรกูล
แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย ผู้มากบารมีในสายสาธารณสุขและพลังเสียงแน่นในสภา
2. ชัยเกษม นิติสิริ
ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย เดินเกมสุขุมแต่หนักแน่น
3. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อดีตนายกฯ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้ยังมีฐานเสียงเหนียวแน่น
4. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
อีกตัวแทนจากรวมไทยสร้างชาติที่มีโปรไฟล์น่าสนใจ
5. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ติดปัญหา ส.ส. ไม่ถึง 25 คน
6. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอยู่ในสถานะเดียวกัน
หมายเหตุ: รายชื่อ 5 และ 6 ยังไม่มีสิทธิ์เสนอชื่อเป็นนายกฯ ได้ เพราะพรรคมี ส.ส. ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย
กระแสสังคมจะพาไทยไปสู่ “เลือกตั้งใหม่”?
จากปมเสียงหลุดที่จุดชนวนความไม่พอใจอย่างรุนแรง คำถามใหญ่ที่คนไทยกำลังถามกันคือ —
“แพทองธารจะยังไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่?”
“หรือเรากำลังนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่?”
การเมืองไทยวันนี้ไม่มีคำว่าธรรมดา และการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้น “ทันที” แบบไม่มีสัญญาณเตือน