ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาท ของ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ชั่วโมง ถือเป็นความหวังของผู้ประกอบการไทย บนตลาดออนไลน์ แพลตฟอร์มหรือซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) เมื่อราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เรื่องแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มหรือซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ชัดเจนถึงพฤติกรรมต้องห้ามที่ทำให้เกิดการผูกขาดทางการค้า ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน คือการบังคับให้เลือกบริการรับ-ส่งสินค้า ของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้านั้นๆ หรือที่ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มกำหนดไว้เท่านั้น รวมทั้งกรณีที่มีการกำหนดค่าเริ่มต้นของบริการขนส่งนั้นๆ โดยผู้ขายหรือผู้ซื้อไม่สามารถเลือกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้
เช่นเดียวกัน หากการกระทำของแพลตฟอร์ม E-Commerce เข้าข่ายการฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ร.บ.การแข่งขัน ทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 50 การใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม จะมีบทลงโทษทางอาญา โดยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีที่กระทำความผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เหล่านี้เป็นสิ่งที่กฎหมายถูกกำหนดให้ใช้คุ้มครองผู้ขายและผู้ซื้อ แต่วันนี้ ประกาศดังกล่าวกลับยังไม่เคยถูกบังคับใช้เลย กับแพลตฟอร์มรายใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งยังมีการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมเด่นชัดในเรื่องการผูกขาดบริการขนส่ง โดยผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าบน TikTok Shop หลายราย พบว่าปัจจุบันระบบยังคงกำหนดบริษัทขนส่งให้โดยอัตโนมัติ แม้แพลตฟอร์มจะแสดงรายชื่อผู้ให้บริการหลายรายให้เห็นก็ตาม แต่ผู้ขายยังไม่สามารถเลือกได้เอง
วันนี้จึงถึงเวลาแล้วที่ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ต้องให้ความดูแล คุ้มครอง ผู้ประกบอการไทย โดยการนำกฎหมายที่มีมาบังคับใช้คุ้มครองสิทธิร้านค้าในการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง ตลอดจนการกำหนดบทลงโทษที่มีประสิทธิภาพต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่ฝ่าฝืนกติกา ซึ่งมีประกาศออกมาชัดเจน เพื่อเป็นการคงไว้ซึ่ง “กติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม” ช่วต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการไทย ได้เดินต่อบนตลาดออนไลน์