สมาคมผู้ค้าเหล็กฯขานรับมติ กมอ.ยกเลิกการใช้เตาหลอมประเภท IF ในการผลิตเหล็กข้ออ้อยที่ใช้ ทำเสาหรือคานในตึกสูง ลุ้นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น 30 วันก่อนประกาศใช้ พร้อมขอบคุณ รมว.อุตสาหกรรมและ กมอ.ที่รับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน และให้กำลังใจหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ร่วมกันผลักดัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
วันที่ 25 มิ.ย.69 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการสมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ สนับสนุน มติของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ กมอ.ที่เห็นชอบในร่างการปรับปรุงมาตรฐานอุตสาหกรรมที่มีมติห้ามใช้เหล็กข้ออ้อยที่หลอมจากเตาหลอมประเภท ” IF ” (Induction Furnace) หรือเตาหลอมโลหะด้วยการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า นำมาใช้เป็นส่วนประกอบสร้างเสา หรือคานของตึกสูง ขณะที่เหล็กกลมทั่วไปยังสามารถผลิตได้ แต่ต้องมี “เตาปรุงน้ำเหล็ก” เพื่อควบคุมและปรับปรุง คุณภาพเหล็ก ให้ได้มาตรฐาน
โดยเหล็กข้ออ้อยที่จะใช้สร้างตึกสูงต้องมาจากเตาหลอมแบบ EF(Electric Arc Furnace) หรือเตาอาร์คไฟฟ้า หรือไม่ก็เป็นเหล็กข้ออ้อยที่หลอมจาก BO(Basic Oxygen Furnace) คือเตาหลอมเหล็กขนาดใหญ่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมหนัก โดยนำน้ำเหล็กดิบจากแร่เหล็กมาผสมกับเศษเหล็ก และเป่าออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปเพื่อกำจัดคาร์บอนและสิ่งเจือปนเท่านั้น
ทั้งนี้สาเหตุเพราะเหล็กที่หลอมด้วยกระบวนการ IF คือการหลอมเศษเหล็กเก่า เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นเหล็กเส้นก่อสร้าง แม้จะมีจุดเด่นคือทำความร้อนได้เร็วและต้นทุนประหยัด แต่มีข้อจำกัดด้านการกำจัด สารเจือปน ทำให้คุณภาพเหล็กขึ้นอยู่กับเกรดของเศษเหล็กที่นำมาใช้ หากใช้เหล็กดีมาหลอมก็ได้เหล็กเส้นที่ดี แต่หากใช้เศษเหล็กคุณภาพต่ำมาหลอม ก็ได้เหล็กคุณภาพต่ำ
อย่างไรก็ตามร่าง มอก.เหล็กฉบับใหม่ยังต้องประกาศรับฟังความเห็นจากสาธารณะชนอีก 30 วัน จึงจะมีมติชัดเจนแล้วประกาศเป็นกฎกระทรวงฯ ซึ่งทางสมาคมฯคาดหวังว่าเมื่อผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจะสามารถประกาศใช้ได้ทันที เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีผลกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และความปลอดภัยของประชาชน
“สมาคมผู้ค้าเหล็กฯ ต้องขอบคุณ กมอ.ที่รับฟังความเห็นของภาคเอกชน เพราะก่อนหน้านี้ทาง 10 สมาคมผู้ค้าเหล็กไทย ได้เข้าพบท่านรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเสนอให้มีการปรับปรุงมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็ก มติในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีฯและหน่วยงานภาครัฐรับฟังความเห็น ภาคเอกชน ทางสมาคมฯขอเป็นกำลังใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันผลักดันเรื่องนี้ เพื่อความปลอดภัย ของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค”นายประวิทย์กล่าว