Home รายงาน พาณิชย์ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน สกัดการปลอมปนน้ำมะพร้าว เร่งตรวจนอมินี 15 ราย สร้างมาตรฐาน-ฟื้นความเชื่อมั่นมะพร้าวน้ำหอมไทย
รายงาน

พาณิชย์ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน สกัดการปลอมปนน้ำมะพร้าว เร่งตรวจนอมินี 15 ราย สร้างมาตรฐาน-ฟื้นความเชื่อมั่นมะพร้าวน้ำหอมไทย

Share
Share

พาณิชย์ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน เดินหน้าป้องกันและปราบปรามการปลอมปนน้ำมะพร้าว เร่งตรวจนอมินี 15 ราย สร้างมาตรฐาน-ฟื้นความเชื่อมั่นมะพร้าวน้ำหอมไทย

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าว “การป้องกันและปราบปรามการปลอมปนน้ำมะพร้าว” ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรีและสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ว่า กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมอย่างครบวงจร ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การรวบรวมผลผลิต การแปรรูป และการทำตลาด เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร รักษาเสถียรภาพราคา และสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยอย่างยั่งยืน

นางศุภจี กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาตกต่ำ โดยร่วมมือกับภาคเอกชน สถานีบริการน้ำมัน และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เปิดจุดรับซื้อและระบายผลผลิตออกจากตลาด สามารถช่วยดูดซับผลผลิตได้ประมาณ 10 ล้านลูก อย่างไรก็ตาม ปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในช่วงพีกมีมากกว่าวันละ 2 ล้านลูก จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างควบคู่กันไป ทั้งการลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และการเพิ่มช่องทางตลาดรองรับในระยะยาว

สำหรับการแก้ปัญหาในช่วงกลางน้ำ กระทรวงพาณิชย์ได้ผลักดันแนวคิด “ล้งชุมชน” เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรและสร้างกลไกตลาดที่เป็นธรรม โดยสนับสนุนชุมชนในด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ การคัดแยกผลผลิต บรรจุภัณฑ์ และการเชื่อมโยงตลาด ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการแล้วในจังหวัดราชบุรี และมีแผนขยายผลไปยังพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมสำคัญอื่นๆ

ขณะที่ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมและแปรรูปมะพร้าวอย่างต่อเนื่อง โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจพบบริษัทกลุ่มเสี่ยงจำนวน 15 ราย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ที่อาจเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางการถือหุ้น (นอมินี) และได้ส่งข้อมูลให้ 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่แล้ว

นอกจากนี้ ยังได้ส่งข้อมูลโรงงานกลุ่มเสี่ยงจำนวน 24 ราย ในจังหวัดราชบุรี 17 ราย สมุทรสาคร 2 ราย นครปฐม 5 ราย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก ทั้งด้านมาตรฐานโรงงาน ความปลอดภัยอาหาร การแสดงฉลากสินค้า แหล่งที่มาของวัตถุดิบ และการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการกระทำผิดที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทย

นางศุภจี กล่าวอีกว่า ประเด็นการปลอมปนน้ำมะพร้าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการและเกษตรกรว่าอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อราคามะพร้าว เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์บางชนิดวางจำหน่ายในราคาต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับต้นทุนวัตถุดิบ กระทรวงพาณิชย์จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันอย่างเป็นระบบ

“สิ่งสำคัญคือการสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ” นางศุภจี กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาหลักเกณฑ์ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ความเป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100% รวมทั้งกำหนดให้มีการแสดงข้อมูลบนฉลากอย่างชัดเจน เช่น สัดส่วนของน้ำมะพร้าว ส่วนผสมของน้ำตาลหรือสารปรุงแต่ง และข้อมูลสำคัญอื่นๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสม

ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับมะพร้าวน้ำหอมอย่างต่อเนื่อง รวม 9 ครั้ง และประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง โดยพบข้อสังเกตเกี่ยวกับความสมดุลของปริมาณวัตถุดิบและปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาด ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม รวมถึงการกำกับดูแลการแสดงฉลากสินค้าให้ถูกต้องและไม่สร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค

นายณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า วิกฤตการปลอมปนน้ำมะพร้าวกำลังกลายเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าคุณภาพและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความโปร่งใสของแหล่งวัตถุดิบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับมูลค่ามะพร้าวน้ำหอมไทยในตลาดโลก

นายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย กล่าวว่า ปัจจุบันราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ประมาณ 13-15 บาทต่อลูก จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการช่วยระบายผลผลิตและสร้างตลาดรองรับ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาล้งชุมชนและระบบตลาดกลางมะพร้าวน้ำหอม เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรในระยะยาว

นางศุภจี กล่าวย้ำว่า การแก้ไขปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าว การปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย และการฟื้นฟูอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทย ไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค รักษามาตรฐานสินค้า สร้างความเป็นธรรมทางการค้า และยกระดับภาพลักษณ์มะพร้าวน้ำหอมไทยให้กลับมาเป็นสินค้าคุณภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นในตลาดโลกอีกครั้ง

Share

ข่าวแนะนำ

Related Articles