เกิดเหตุสลดกลางงานปราศรัยทางการเมืองในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 “ชาร์ลี เคิร์ก” (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายขวาและผู้สนับสนุนคนสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกลอบยิงเข้าที่ลำคอระหว่างขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าฝูงชนกว่า 3,000 คน ที่มหาวิทยาลัยในเมืองโอเรม รัฐยูทาห์ ส่งผลให้เสียชีวิตทันที
เหตุการณ์ลอบสังหารกลางเวที
รายงานระบุว่า เหตุเกิดขึ้นเวลา 12.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น (23.20 น. ตามเวลาประเทศไทย) ระหว่างกิจกรรม “American Comeback Tour” ซึ่งเป็นทัวร์ปราศรัยในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศของเคิร์ก โดยทันทีที่เขาตอบคำถามผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับความรุนแรงจากอาวุธปืน ได้มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนที่เขาจะล้มลงจากเก้าอี้ มีเลือดไหลทะลักออกจากลำคอ
คลิปเหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นความโกลาหลเมื่อผู้ร่วมงานพากันแตกตื่นวิ่งหนี ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาดูแลสถานการณ์
ตำรวจคาดว่าคนร้ายยิงมาจากดาดฟ้าอาคารใกล้เคียง เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุ

แถลงการณ์จากผู้ว่าการรัฐและ FBI
สเปนเซอร์ ค็อกซ์ ผู้ว่าการรัฐยูทาห์ แถลงว่า “นี่คือวันที่มืดมนที่สุดวันหนึ่งของรัฐ และเป็นโศกนาฏกรรมของประเทศเรา เหตุการณ์นี้เป็นการลอบสังหารทางการเมืองอย่างชัดเจน”
ด้าน แคช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI ยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียว่า บุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการยิงครั้งนี้ถูกจับกุมแล้ว
ปฏิกิริยาจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความเสียใจผ่านโพสต์ว่า “ชาร์ลี เคิร์ก ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นตำนาน ได้จากไปแล้ว ไม่มีใครเข้าใจหัวใจของเยาวชนอเมริกันได้ดีเท่าเขา เขาเป็นที่รักของทุกคน รวมถึงผม”
ทรัมป์ยังประกาศสั่งลดธงชาติสหรัฐฯ ลงครึ่งเสา จนถึงวันที่ 14 กันยายน เพื่อเป็นเกียรติแก่เคิร์ก
โปรไฟล์ “ชาร์ลี เคิร์ก”
ชาร์ลี เคิร์ก วัย 31 ปี เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Turning Point USA องค์กรเยาวชนอนุรักษ์นิยมที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในการระดมกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่และคนผิวสีให้สนับสนุนทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2024
นอกจากนี้ เขายังเป็นพิธีกรรายการพอดแคสต์และวิทยุยอดนิยม “The Charlie Kirk Show” และทำหน้าที่ผู้ร่วมดำเนินรายการ “Fox & Friends” ทาง Fox News โดยมีผู้ติดตามมากกว่า 5.3 ล้านคนบนแพลตฟอร์ม X
การเสียชีวิตของเคิร์ก นับเป็นอีกหนึ่งเหตุโจมตีบุคคลสำคัญทางการเมืองในสหรัฐฯ ต่อจากความพยายามลอบสังหารโดนัลด์ ทรัมป์ถึง 2 ครั้งในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความรุนแรงทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในประเทศมหาอำนาจแห่งนี้
เรียบเรียงจาก Reuters