สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในเดือนกรกฎาคม 2025 ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการการบินโลก เมื่อกองทัพอากาศไทยตัดสินใจส่งเครื่องบินขับไล่ JAS 39 Gripen เข้าปฏิบัติภารกิจรบจริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการผลิตขึ้นมา โดยปฏิบัติการเคียงคู่กับฝูงบิน F-16 Fighting Falcon เพื่อตอบโต้การโจมตีจากฝ่ายกัมพูชาอย่างเด็ดขาด
เหตุการณ์สำคัญของการใช้ F-16 และ Gripen

Gripen และ F-16 เครื่องบินขับไล่ประจำการกองทัพอากาศไทย
24 กรกฎาคม 2025: F-16 เปิดฉาก
เริ่มต้นด้วยการใช้เครื่องบิน F-16 จำนวน 1 ลำ จาก 6 ลำที่เตรียมไว้ ทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายทางทหารในฝั่งกัมพูชา กระทรวงกลาโหมกัมพูชากล่าวหาว่าไทยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด 2 ลูกบนถนนใกล้กับปราสาทพระวิหาร ทางการไทยยืนยันว่าได้ใช้อำนาจทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารตามแผนที่วางไว้
26 กรกฎาคม 2025: Gripen เข้าสู่ประวัติศาสตร์
วันประวัติศาสตร์ของ JAS 39 Gripen เมื่อกองทัพอากาศไทยส่งเครื่องบิน Gripen จากฝูงบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมปฏิบัติการเป็นครั้งแรก โดยปฏิบัติการร่วมกับเครื่องบิน F-16 โจมตีที่ตั้งปืนใหญ่และหน่วยจรวดเคลื่อนที่ของกัมพูชาบริเวณสันเขาภูมะเขือและปราสาทตาเมือนธม
รายละเอียดการปฏิบัติการ:
- เครื่องบิน F-16: 2 ลำ
- เครื่องบิน Gripen: 2 ลำ
- เป้าหมาย: ที่ตั้งทางทหารของกัมพูชาในเขตสู้รบภูมะเขือและใกล้ปราสาทตาเมือนธม
- ผลสำเร็จ: ทำลายเป้าหมายได้ทั้ง 2 จุด และเครื่องบินทุกลำกลับฐานอย่างปลอดภัย
27 กรกฎาคม 2025: การโจมตีต่อเนื่อง
กองทัพอากาศส่งเครื่องบิน F-16 จำนวน 2 ลำ และ Gripen 2 ลำ ออกปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ยุทธบริเวณเป้าหมายทหารของกัมพูชาในบริเวณปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เป้าหมายคือจุดที่ทหารกัมพูชาตั้งปืนใหญ่และจรวด BM-21 และยิงข้ามมาทำลายฝั่งประเทศไทย
28 กรกฎาคม 2025: ชั่วโมงสุดท้ายก่อนหยุดยิง

เวลา 18:30 น. ก่อนหยุดยิงเที่ยงคืน กองทัพอากาศส่งเครื่องบิน F-16 จำนวน 2 ลำ ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย เป็นการตอบโต้การยิงอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาที่ยังคงใช้อาวุธหนักยิงเข้ามาฝั่งไทย
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
Gripen: การใช้งานรบจริงครั้งแรกของโลก
การใช้งาน JAS 39 Gripen ในความขัดแย้งครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลกที่เครื่องบินรุ่นนี้ถูกใช้ในการรบจริง แม้ว่า Gripen จะเคยปฏิบัติภารกิจในอดีต เช่น การลาดตระเวนทางอากาศในทะเลบอลติกโดยกองทัพอากาศสวีเดน หรือการเฝ้าระวังน่านฟ้าในลิเบีย แต่ไม่เคยมีการยิงอาวุธจริงในสถานการณ์รบ
ขีดความสามารถของ Gripen
Gripen ของไทยสามารถใช้ระเบิดเอนกประสงค์และระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์แบบ GBU-12 ได้เช่นเดียวกับ F-16 มีกระเปาะชี้เป้าแบบ LITENING III ทำให้สามารถชี้เป้าได้อย่างแม่นยำ จุดเด่นของ Gripen ของไทยคือจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ RBS-15F ซึ่งเป็นจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำแบบเดียวของกองทัพอากาศไทย
ผลกระทบและความหมาย
ด้านทหาร
การปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกองทัพอากาศไทยในการฉายภาพกำลังรบทางอากาศ โดยเฉพาะความสามารถในการทำลายเป้าหมายอย่างแม่นยำและนำเครื่องบินกลับฐานได้อย่างปลอดภัย
ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
สำหรับบริษัท Saab ผู้ผลิต Gripen การใช้งานครั้งนี้ถือเป็นการพิสูจน์ความสามารถของเครื่องบินในสถานการณ์จริง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตลาดอาวุธของบริษัทในอนาคต
การใช้ F-16 และ Gripen ในความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอบโต้ทางทหาร แต่ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในวงการการบิน โดยเฉพาะการใช้งาน Gripen ในการรบจริงครั้งแรกของโลก ซึ่งจะถูกจดจำเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การทหารและการบินของทั้งไทยและโลก