สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังตึงเครียดต่อเนื่อง เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารพรานและด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ต้องเร่งรับมือการเคลื่อนไหวของประชาชนทั้งสองฝั่ง หลังมาตรการกดดันแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากฝั่งไทยส่งผลชัดเจน
ล่าสุดเช้าวันที่ 15 ก.ค. 2568 ร.อ.อาคม มงคลนำ ผบ.ร้อย ทพ.1201 พร้อมเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ร่วมเปิดด่านชายแดนฝั่งไทยตามมาตรการควบคุมของกองกำลังบูรพา โดยเปิดเฉพาะประตูเล็กให้เด็กนักเรียนกัมพูชาสามารถข้ามไปมาได้ ขณะที่ฝั่งกัมพูชายังไม่เปิดประตูใหญ่ ด้าน พ.อ.เมธี คำเต็ม ผบ.ชค.ทพ.12 เผยว่าได้จัดกำลังเข้มตรวจกวดขันผู้เดินทางจากปอยเปตอย่างละเอียด โดยเฉพาะการคัดกรองบุคคลที่อาจเชื่อมโยงกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ทหารและ ตม.กัมพูชา เผยกับผู้สื่อข่าวว่า บรรดาขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่เคยปักหลักในปอยเปตได้เคลื่อนย้ายฐานไปทางชายแดนเวียดนามหมดแล้ว หลังถูกกดดันหนักในพื้นที่ แม้ทางกัมพูชาจะไม่ยอมรับว่าเป็นผลจากการที่ไทยออกมาตรการสกัดอย่างจริงจังก็ตาม
ขณะเดียวกัน สถานการณ์การจ้างงานในปอยเปตก็เริ่มซบเซาอย่างเห็นได้ชัด พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีคำสั่งห้ามคนไทยเดินทางข้ามไปทำงานหรือเล่นพนันในฝั่งปอยเปตเมื่อ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีคนไทยทยอยเดินทางกลับประเทศแล้วมากกว่า 10,000 คน ด้านกัมพูชาก็อนุญาตให้ผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารักษาตัวในฝั่งไทยแล้วกว่า 200 ราย ขณะที่มีเด็กกัมพูชาข้ามแดนมาเรียนหนังสือในไทยวันละกว่า 500 คน
ด้านความเคลื่อนไหวของแรงงานชาวกัมพูชา พ.อ.เมธี คำเต็ม เผยว่า เมื่อคืนวันที่ 14 ก.ค. หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศได้จับกุมชาวกัมพูชา 24 คนที่พยายามลักลอบข้ามแดนเข้าทางช่องธรรมชาติบริเวณบ้านเนินสมบูรณ์ อ.คลองน้ำใส โดยส่วนใหญ่เคยทำมาหากินในตลาดโรงเกลือ แต่เมื่อกลับบ้านตามคำสั่งผู้นำกลับต้องเผชิญภาวะตกงานและขาดรายได้ จึงพยายามกลับมาค้าขายในไทยอีกครั้ง แม้ไม่มีเอกสารเดินทางที่ถูกต้องก็ตาม
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งวางมาตรการป้องกันการลักลอบข้ามแดนเพิ่มเติม หลังพบว่าแรงกดดันด้านเศรษฐกิจเริ่มก่อให้เกิดคลื่นการอพยพข้ามแดนมากขึ้นเรื่อย ๆ