“แพทองธาร” สวนกลับกัมพูชา! ไทยไม่ปิดด่าน แค่ปรับเวลา – โต้ “ฮุน เซน” ใช้สงครามข่าวสารข่มขู่ ลั่นไม่ยอมให้ใครกลั่นแกล้ง
16 มิถุนายน 2568 — น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ออกแถลงการณ์อย่างเข้มข้นภายหลังประชุมร่วมหน่วยงานความมั่นคง โดยตอบโต้กรณีที่กัมพูชาใช้สื่อโซเชียลกดดันไทยเรื่องชายแดน พร้อมย้ำจุดยืนไทยว่า “มีศักดิ์ศรี” และ “ไม่เคยปิดด่าน” แต่จำเป็นต้อง “ปรับเวลา” เพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์อาวุธหนัก
ฮุน เซน ขู่ปิดด่านชายแดน! ไทยย้ำ “ไม่ได้ปิด แค่ปรับเวลา”

ประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ คือคำกล่าวของ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ออกมาโพสต์ขีดเส้นตายให้ไทย “เปิดด่านตามเวลาเดิมภายใน 24 ชั่วโมง” มิเช่นนั้น กัมพูชาจะสั่งปิดด่านทั้งหมด พร้อมระงับการนำเข้าผัก-ผลไม้จากฝั่งไทย
นายกรัฐมนตรีไทยชี้แจงว่า สถานการณ์เกิดขึ้นจากข้อมูลฝั่งกัมพูชาเองที่ประกาศผ่านเพจของกระทรวงกลาโหมว่าจะไม่มีการถอนกำลังจากพื้นที่ชายแดน แม้ไทยเคยตกลงว่าจะมีการปรับกำลังร่วมกันก่อนหน้านี้
“ไทยไม่ได้ปิดด่าน เราแค่ปรับเวลาเปิด-ปิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะมีอาวุธหนักประชิดแนวชายแดน เราไม่มีทางเลือก นอกจากต้องประเมินสถานการณ์หน้างานอย่างใกล้ชิด”
หากไร้การเจรจา ไทย-กัมพูชาใน 24 ชม. ฮุน เซน เตรียมลงดาบเต็มรูปแบบ
สมเด็จฮุน เซน ยังกล่าวเพิ่มเติมผ่านสื่อว่า หากไม่มีการเจรจาระหว่างตนเองหรือสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับฝั่งนายกรัฐมนตรีไทยภายในวันนี้ รัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินการ “ปิดพรมแดนทั้งหมด” พร้อม สั่งห้ามนำเข้าผลไม้และผักจากประเทศไทยทันทีในวันพรุ่งนี้
ข้อเสนอนี้ถูกมองว่าเป็นการ ใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ ต่อไทย ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังเปราะบาง โดยเฉพาะกับการค้ามูลค่าสูงบริเวณด่านสำคัญ
ไทยย้ำจุดยืน – ไม่ตอบโต้ด้วยโซเชียล แต่ใช้ความสัมพันธ์ทางการทูต
นายกรัฐมนตรีไทยระบุว่า ไทยเลือกจะไม่ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ลุกลาม แต่จะดำเนินการทุกอย่างผ่านกรอบการเจรจาระหว่างประเทศ พร้อมเสนอให้จัดประชุมระดับ “Regional Border Committee (RBC)” เพื่อคลี่คลายปัญหาทางการทูต
“เราเคารพกติกา รักษากรอบทวิภาคี และไม่เคยยั่วยุใด ๆ ทั้งสิ้น คนที่อยู่หน้างานคือคนที่ต้องเผชิญความจริง ไทยไม่ต้องการให้ใครเจ็บ หรือเสียเลือดเนื้อ”