โซล, 3 มิถุนายน 2025 – เกาหลีใต้ก้าวเข้าสู่บทใหม่ทางการเมือง หลัง อีแจมยอง ผู้นำพรรคฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party: DP) ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีพิเศษอย่างเด็ดขาด ด้วยคะแนนเสียง 49.42% เอาชนะ คิมมุนซู ผู้สมัครจากพรรครัฐบาล People Power Party (PPP) ที่ได้ 41.15%
การเลือกตั้งครั้งนี้มีขึ้นหลังจากอดีตประธานาธิบดี ยุนซอกยอล ถูกถอดถอนจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากกรณีประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปลายปี 2024 ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของประเทศ
ผลเลือกตั้งสะท้อนพลังประชาชน
-
จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงถึง 77.8% มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997
-
เกือบ 35 ล้านคนทั่วประเทศออกมาใช้สิทธิ
-
กว่า 1 ใน 3 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใช้สิทธิล่วงหน้าระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม
อีแจมยอง ประกาศภารกิจรวมใจชาติ
ภายหลังคว้าชัย อีแจมยอง วัย 61 ปี กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ พร้อมประกาศว่า
“ผมจะไม่มีวันลืมหน้าที่ของประธานาธิบดีในการรวมใจคนในชาติ และจะป้องกันไม่ให้เกิดการใช้กำลังทางทหารเพื่อแทรกแซงการเมืองอีก”
เขายังเน้นว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเร่งสร้างแนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับเกาหลีเหนือ เพื่ออนาคตที่มั่นคงของคาบสมุทรเกาหลี
จากนักสิทธิมนุษยชน สู่ผู้นำประเทศ
อีแจมยอง เป็นอดีตทนายความที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เคยลงชิงตำแหน่งผู้นำประเทศมาแล้วสองครั้งก่อนหน้านี้ กระทั่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับแรงสนับสนุนมหาศาลจากกระแสไม่พอใจต่อรัฐบาลยุนซอกยอล โดยเฉพาะในประเด็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต
ขณะที่คู่แข่งอย่างคิมมุนซู ไม่สามารถดึงคะแนนจากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายกลางได้ อีกทั้งยังเผชิญแรงต้านจากความขัดแย้งภายในพรรคต่อบทบาทของยุนซอกยอล
เริ่มภารกิจทันที ไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่าน
อีแจมยองจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ทันที โดยไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่าน 2 เดือนตามธรรมเนียมเดิม เนื่องจากสถานการณ์สุญญากาศทางอำนาจยังคงส่งผลกระทบต่อการทูตและตลาดการเงินของประเทศ
เขาจะต้องเร่งรับมือกับภารกิจใหญ่นับตั้งแต่วันแรก ทั้งในด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ไขความแตกแยกทางการเมือง เสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย และเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงจากเกาหลีเหนือ