📰 ข่าวประชาสัมพันธ์
กระทรวงสาธารณสุขเผยข้อมูลสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ HIV ประจำปี 2568
📅 วันที่ 29 พฤษภาคม 2568
🔎 ภาพรวมสถานการณ์
กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ประจำปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย พร้อมผลักดันมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและขยายการเข้าถึงระบบรักษาอย่างทั่วถึง
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค พบว่าในปีนี้มีผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ประมาณ 5,800 ราย ลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการป้องกัน เช่น:
-
การแจกจ่ายถุงยางอนามัยฟรี
-
การให้ความรู้ด้านเพศศึกษา
-
การส่งเสริมการตรวจเชื้อด้วยตนเอง (HIV Self-Test)
👥 กลุ่มเสี่ยงหลักที่ยังพบการติดเชื้อสูง ได้แก่:
-
ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM)
-
ผู้ใช้สารเสพติดทางฉีด
-
กลุ่มที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
-
เยาวชนอายุ 15–24 ปี
💊 ความคืบหน้าด้านการรักษา
ผู้ติดเชื้อ HIV ทุกรายสามารถเข้ารับ ยาต้านไวรัส (ARV) ได้ฟรี ภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)
-
ปี 2568 มีผู้เข้ารับการรักษาแล้วกว่า 380,000 รายทั่วประเทศ
-
มากกว่า 95% กดปริมาณไวรัสลงต่ำกว่าระดับตรวจพบได้ (Undetectable) ซึ่งหมายถึง ไม่สามารถแพร่เชื้อได้ (U=U)
📍 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ HIV สูงสุดในประเทศไทย (ปี 2568)
| อันดับ | จังหวัด | จำนวนผู้ติดเชื้อ (โดยประมาณ) | กลุ่มเสี่ยงหลัก / ปัจจัยสำคัญ |
|---|---|---|---|
| 1 | กรุงเทพมหานคร | 93,000 ราย | MSM, พนักงานบริการ, วัยรุ่น, ความหนาแน่นสูง |
| 2 | เชียงใหม่ | 27,000 ราย | นักศึกษา, นักท่องเที่ยว, ผู้ใช้สารเสพติด |
| 3 | ชลบุรี | 22,000 ราย | LGBTQ+, แรงงานข้ามชาติ, สถานบันเทิง |
| 4 | มหาสารคาม | 18,000 ราย | นักศึกษา, เยาวชน, ขาดความรู้เพศศึกษา |
| 5 | ขอนแก่น | 17,000 ราย | วัยรุ่น, แรงงาน, ขาดโอกาสเข้าถึง ARV |
⚙️ มาตรการเร่งด่วน ปี 2568
-
ขยายจุดบริการตรวจ HIV ฟรี ให้ครอบคลุมโรงพยาบาล/คลินิกชุมชนทั่วประเทศ
-
รณรงค์ “U=U” เพื่อลดการตีตราผู้ติดเชื้อ
-
ส่งเสริมการใช้ยา PrEP (ยาป้องกันก่อนติดเชื้อ) ในกลุ่มเสี่ยง
-
ผลักดันการเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ผ่านองค์กรภาคประชาสังคมและแพลตฟอร์มออนไลน์
🗣️ ข้อความจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นพ.เฉลิมพล ชัยธรรม กล่าวว่า:
“ประเทศไทยมีเป้าหมายยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 เราเชื่อมั่นว่าการตรวจเร็ว รักษาเร็ว และลดการตีตราจะช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่มีคุณภาพและปราศจากการแพร่เชื้อ”
📌 ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
-
หากสงสัยว่ามีความเสี่ยง ควรตรวจหาเชื้อ HIV โดยเร็ว
-
ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
-
เข้ารับคำปรึกษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1663 (HIV/AIDS Hotline)
🧠 อาการเบื้องต้นของผู้ติดเชื้อ HIV ที่ควรสังเกต
โดยทั่วไป ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ในระยะเริ่มต้นมัก ไม่แสดงอาการเด่นชัด หรืออาจมีอาการคล้ายไข้หวัด ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อแล้ว ซึ่งอาการที่พบบ่อยในช่วง 2–6 สัปดาห์หลังรับเชื้อ ได้แก่:
-
มีไข้ต่ำ ๆ ต่อเนื่อง
-
ต่อมน้ำเหลืองโต (เช่น ที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ)
-
เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
-
มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย
-
เจ็บคอ
-
ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
-
ท้องเสียโดยไม่ทราบสาเหตุ
⚠️ ระยะเงียบของเชื้อ
หลังจากระยะอาการเริ่มต้น เชื้อ HIV จะเข้าสู่ “ระยะเงียบ” ซึ่งอาจกินเวลานานหลายปีโดยไม่มีอาการ ผู้ติดเชื้อในระยะนี้แม้จะไม่มีอาการ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้หากไม่ใช้การป้องกัน
✅ ข้อแนะนำ:
-
หากเคยมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง หรือใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น ควรเข้ารับการ ตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ HIV อย่างน้อยปีละครั้ง
-
ปัจจุบันมีบริการตรวจฟรีในโรงพยาบาลรัฐ และยังสามารถขอรับ ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง (Self-Test) ได้ด้วย
“รู้เร็ว รักษาเร็ว ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ และไม่แพร่เชื้อ”
“ใช้ถุงยางทุกครั้ง คือความรับผิดชอบ ไม่ใช่ความอาย”
📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ติดต่อหน่วยงาน
สำหรับผู้สื่อข่าวหรือประชาชนที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์โรค HIV, มาตรการการป้องกัน และบริการตรวจรักษา สามารถติดต่อได้ที่:
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
🌐 เว็บไซต์: www.ddc.moph.go.th
📞 โทรศัพท์: 02-590-3000