สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ปรับกลยุทธ์สู้ศึกภาษีใหม่ ดันมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศต่อเนื่องกว่า 3 เดือน พร้อมประเมินรับมือได้ถึงสิ้นปีงบประมาณ 2568
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สกนช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้พิจารณาอนุมัติการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพื่อรองรับผลกระทบจากการปรับขึ้น ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและดีเซล ที่เริ่มมีผลในเร็วๆ นี้
2 แนวทางหลักรับมือภาษี – ลดผลกระทบค่าครองชีพ
กบน. มีมติเห็นชอบใน 2 ส่วนหลัก ดังนี้:
-
ลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน ให้เท่ากับอัตราภาษีสรรพสามิตและภาษีท้องถิ่นใหม่ ตามมติคณะรัฐมนตรี
-
ปรับค่าการตลาดน้ำมันให้เหมาะสม เพื่อควบคุมต้นทุนและราคาขายปลีกในประเทศ
โดยมาตรการดังกล่าวมีผล ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น
รายได้กองทุนหายวันละเกือบ 50 ล้าน แต่ยังประคองได้
หลังการปรับอัตราเงินกองทุนฯ คาดว่าจะทำให้รายรับจากน้ำมันลดลงประมาณ 49.57 ล้านบาทต่อวัน จากเดิม 393.97 ล้านบาท เหลือ 344.40 ล้านบาทต่อวัน
แม้รายได้จะลดลง แต่จากการวิเคราะห์เชิงลึกของ สกนช. พบว่า กองทุนฯ ยังสามารถแบกรับภาระนี้ต่อไปได้ถึงสิ้นปีงบประมาณ 2568 หากไม่มีเหตุวิกฤตราคาน้ำมันโลกเกิดขึ้นซ้ำซ้อน
หนี้กองทุนยังลึก ติดลบเกือบ 5 หมื่นล้าน
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ระบุว่า ฐานะกองทุนติดลบรวมกว่า 47,779 ล้านบาท โดยแยกเป็น:
-
บัญชีน้ำมัน: ติดลบ 2,540 ล้านบาท
-
บัญชี LPG: ติดลบ 45,239 ล้านบาท
หากเกิดวิกฤต – เตรียมขอคลังลดภาษีคุมราคาขายปลีก
หากสถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งรุนแรงจนกองทุนขาดสภาพคล่อง กบน. เตรียมเสนอให้ กรมสรรพสามิตลดภาษีน้ำมัน เป็นการชั่วคราว เพื่อคงระดับราคาขายปลีกให้อยู่ในระดับเหมาะสม และไม่ซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชน
ย้ำหลักการ “โปร่งใส ตรวจสอบได้” เพื่อประโยชน์ประชาชน
นายพรชัยย้ำว่า การดำเนินงานของ กบน. ยังคงอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งมุ่งเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกมาตรการมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ลดผลกระทบค่าครองชีพ และรักษาเสถียรภาพประเทศในระยะยาว