Home เศรษฐกิจ - ธุรกิจ GCAP GOLD มองเฟดเปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน หั่นลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย หนุนมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ
เศรษฐกิจ - ธุรกิจ

GCAP GOLD มองเฟดเปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน หั่นลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย หนุนมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ

Share
Share

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) มองเฟดเปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน หันลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย อาจกดดันดอลลาร์และเปิดโอกาสทองคำฟื้นตัวรอบใหม่ ด้านฝ่ายวิจัยประเมิน สัญญาณทางเทคนิคเริ่มฟื้นตัว แม้ว่าในระยะสั้นจะยังไม่ยืนยันการกลับตัวเป็นเทรนด์ขาขึ้น แต่ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวก พร้อมแนะกลยุทธ์ “ย่อตัวทยอยสะสม” ลุ้นทดสอบต้านบริเวณ $4,200 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 66,700 บาท

วันที่ 24 ก.ค.69 นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงแนวทางดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช หลังเริ่มส่งสัญญาณให้น้ำหนักกับการลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) มากกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นจริง อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งหากปรับตัวสูงขึ้น อาจกลับมากดดันราคาทองคำได้เช่นกัน

การส่งสัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก เควิน วอร์ช ให้การต่อรัฐสภาสหรัฐฯ โดยระบุว่า การทบทวนงบดุลของเฟดซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะครอบคลุมถึงการกำหนดระดับเงินสำรองที่เหมาะสมของระบบการเงิน ซึ่งทำให้เฟดยังจำเป็นต้องถือครองพันธบัตรรัฐบาล ในระดับหนึ่ง แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับจุดยืนที่วอร์ชย้ำมาโดยตลอด โดยในอดีตเขาเคยคัดค้านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และการขยายงบดุลของเฟดก่อนลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเฟดในปี 2554 พร้อมมองว่า แม้เฟดอาจไม่สามารถกลับไปมีงบดุลขนาดเล็กเหมือนในปี 2549 ได้ แต่ยังสามารถปรับโครงสร้างงบดุลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีความยั่งยืนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ประเมินว่า หมากการเงินใหม่ของเฟด “ลดงบดุลแต่ไม่ขึ้นดอกเบี้ย” อาจไม่ได้ส่งผลลบต่อค่าเงินดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ หากไม่สามารถผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้น โดยยกตัวอย่างกรณีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้จะทยอยลดขนาดงบดุล แต่ค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าลง นอกจากนี้การดำเนินนโยบายดังกล่าวยังอาจสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวและต้นทุนการกู้ยืมไม่ให้สูงขึ้น สะท้อนว่าผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และขึ้นอยู่กับการตอบรับของตลาดในระยะต่อไป

ด้านฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินว่า ภาพรวมราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังแรงขายในภาพใหญ่ชะลอตัวลง แต่ยังไม่ยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน หากราคาสามารถยืนเหนือ $4,100 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ $4,200 (ราคาทองคำไทยประมาณ 66,700 บาท) ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญของการฟื้นตัวในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ อาจเผชิญแรงขายกดดันให้กลับลงมาทดสอบแนวรับ $4,065–$4,000 (ราคาทองคำไทยประมาณ 65,200–64,500 บาท) ซึ่งมองเป็นโซนสำหรับทยอยสะสม

Share
Related Articles