Home เศรษฐกิจ - ธุรกิจ Krungthai CIO แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นโลก-สหรัฐฯ รับวัฏจักร AI หนุนกำไรโตระยะยาว
เศรษฐกิจ - ธุรกิจ

Krungthai CIO แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นโลก-สหรัฐฯ รับวัฏจักร AI หนุนกำไรโตระยะยาว

Share
Share
Krungthai CIO มองการลงทุนตลาดหุ้นฟื้นตัวดีขึ้น หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย ช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง แนะเพิ่มน้ำหนักปรับการลงทุนหุ้นโลกและหุ้นสหรัฐฯ จาก “Neutral” เป็น “Slightly Overweight” ชูกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักร AI มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเป็นบวกมากขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย หลังสหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงและลงนามใน MOU ยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลง และช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และแม้ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ยังคงส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินในทิศทางเข้มงวด แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดี Krungthai CIO จึงปรับเพิ่มมุมมองและน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นโลกและหุ้นสหรัฐฯ จากระดับ “Neutral” เป็น “Slightly Overweight” รับโอกาสเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนจากความเสี่ยงที่ลดลงและแนวโน้มผลตอบแทนที่ดีขึ้นใน 6-12 เดือนข้างหน้า
Krungthai CIO มองว่า การลงทุนในเทคโนโลยี AI ยังขยายตัวและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด จากการลงทุนใน Cloud Infrastructure, Data Center และกลุ่ม Semiconductor ที่เติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ในดัชนี S&P 500 ปี 2569 ที่ Bloomberg Consensus คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 27% จึงแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนบริษัทคุณภาพสูงที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตดี โดยเฉพาะกลุ่ม AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พร้อมบริหารความเสี่ยงและรักษาสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ผ่านการจัดสรรพอร์ตหลัก ในกลุ่มกองทุนรวมที่กระจายความเสี่ยงได้ดี เช่น กองทุน KTWC Series
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งคาดว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การรายงานตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Core PCE) ของสหรัฐฯ และอัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่น เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินและกระแสเงินทุนทั่วโลกในระยะถัดไป
Share

ข่าวแนะนำ