ธปท.เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และ “พักทรัพย์ พักหนี้” ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวน ผู้ประกอบการโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น กําลังซื้อของประชาชนได้รับแรงกดดันจาก
ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและรายได้ที่โน้มลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้ รวมถึงลูกหนี้ในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่อยู่ในช่วงรอยต่อของการปรับเพิ่มค่างวดแบบขั้นบันได (step up) ตามเงื่อนไขของโครงการ และลูกหนี้ในโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” ที่ใกล้ครบกำหนดระยะเวลาการซื้อทรัพย์สินคืน [1]
ธปท. จึงขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ในการเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบฯ เพื่อช่วยบรรเทาภาระการชำระหนี้และช่วยให้ลูกหนี้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ ตามแนวทางดังต่อไปนี้
- โครงการ “คุณสู้ เราช่วย”
ให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน
เฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. พิจารณาคงค่างวดให้กับลูกหนี้ในมาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” ที่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถชำระค่างวดที่จะเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของโครงการจาก 50% ของค่างวดเดิม ในปีที่ 1 เป็น 70% ในปีที่ 2 รวมทั้งพิจารณาให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบและค้างชำระค่างวดอยู่ในโครงการต่อไปได้นานขึ้น เพื่อให้ลูกหนี้ยังได้รับประโยชน์จากโครงการ ทั้งการตัดชำระหนี้เงินต้นทั้งจำนวน และการได้รับยกเว้นดอกเบี้ย หากลูกหนี้ชำระหนี้ได้ครบตามเงื่อนไข
- โครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้”
ให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจพิจารณาใช้ประโยชน์จากมาตรการเพื่อสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบและต้องการเงินทุนเพื่อนำมาซื้อทรัพย์สินคืนในโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจโอนทรัพย์สินมาชำระหนี้ โดยสามารถซื้อคืนได้ในเวลาที่กำหนด เช่น โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน โครงการ SMEs Credit boost ซึ่งมีการปรับเงื่อนไขให้ครอบคลุมผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการให้สินเชื่อภายใต้กรอบหลักการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง” (SMEs Secure+) เป็นต้น เพื่อให้ลูกหนี้รักษาทรัพย์สินไว้ได้ โดย ธปท. อยู่ระหว่างการพิจารณาขยายระยะเวลาครบกำหนดการซื้อทรัพย์สินคืนในโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีสภาพคล่อง ขอให้ดำเนินการชำระหนี้หรือซื้อคืนทรัพย์สินตามเงื่อนไขปกติ เพื่อให้สามารถปิดจบหนี้หรือกลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้เร็วขึ้น