กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 16-20 เมษายน 2569 หลายพื้นที่จะเจอสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง และอาจเกิดฟ้าผ่าได้ในบางพื้นที่ โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในระยะแรกคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ก่อนที่อิทธิพลของพายุจะขยายไปยังภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคเหนือในลำดับถัดไป
ประกาศฉบับที่ 4 ของกรมอุตุฯ ซึ่งออกเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 16 เมษายน 2569 ระบุชัดว่า สาเหตุสำคัญมาจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคอีสานตอนล่างและภาคตะวันออกมีกำลังแรงขึ้น ขณะเดียวกันประเทศไทยตอนบนยังมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด จึงยิ่งกระตุ้นให้เกิดพายุฤดูร้อนได้ง่ายขึ้น
สำหรับพื้นที่ที่เริ่มได้รับผลกระทบในวันที่ 16 เมษายน กรมอุตุฯ ประเมินว่ามีความเสี่ยงปานกลางในบางจังหวัดของภาคอีสาน ได้แก่ อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ส่วนภาคตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี และตราด จากนั้นในวันที่ 17-19 เมษายน พื้นที่เสี่ยงจะขยายวงกว้างขึ้น และมีหลายจังหวัดถูกจัดอยู่ในกลุ่ม เสี่ยงสูง โดยเฉพาะฝั่งอีสานและตะวันออก เช่น ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด รวมถึงบางช่วงที่เริ่มกระทบถึง นครนายก ปราจีนบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ และบางส่วนของภาคกลางกับ กทม.-ปริมณฑลด้วย
ด้านรายงานข่าวที่อ้างอิงจากประกาศฉบับล่าสุด ระบุว่ามีการจับตาพื้นที่เสี่ยงสูงรวม 33 พื้นที่ ตลอดช่วงเฝ้าระวังครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนว่าพายุรอบนี้ไม่ใช่ฝนธรรมดา แต่เป็นภาวะอากาศแปรปรวนที่อาจสร้างความเสียหายได้ทั้งต่อบ้านเรือน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะจังหวัดในแนวอีสานและตะวันออกที่ถูกเน้นเตือนเป็นพิเศษ
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองและลมแรง ส่วนเกษตรกรควรเร่งป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับไม้ผล พืชผลทางการเกษตร และสัตว์เลี้ยง พร้อมติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิดตลอดช่วงวันที่ 16-20 เมษายนนี้