อินเดียเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข หลังพบการกลับมาระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในพื้นที่รัฐเกรละ ทางตอนใต้ของประเทศ โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตแล้ว ส่งผลให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขทั้งในและนอกประเทศจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อไวรัสที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ในกลุ่มเชื้ออันตรายที่ต้องเฝ้าระวังสูง เนื่องจากสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน และคนสู่คนได้ ผ่านสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย เลือด หรือเสมหะ โดยแหล่งรังโรคหลักคือ ค้างคาวผลไม้ รวมถึงสัตว์เลี้ยงบางชนิด
WHO ระบุว่า ไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยในบางเหตุการณ์การระบาดที่ผ่านมา อัตราการเสียชีวิตอาจอยู่ที่ประมาณ 40–75% และจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะ ทำให้การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเป็นมาตรการสำคัญที่สุด
อาการของผู้ติดเชื้อ
ผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มักเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน และเวียนศีรษะ ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นในบางราย เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ชัก ซึม หมดสติ หรือเข้าสู่ภาวะโคม่า ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
วิธีป้องกันไวรัสนิปาห์
-
ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ
-
หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวและสัตว์ป่า
-
ไม่รับประทานผลไม้ที่มีร่องรอยการถูกกัด แทะ หรือปนเปื้อนน้ำลาย
-
หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้ดิบหรือผลิตภัณฑ์จากผลไม้ที่ไม่ผ่านการล้างสะอาด
-
หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการเข้าข่ายติดเชื้อ
-
สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือสถานพยาบาล
-
หากมีไข้สูงหรืออาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที
มาตรการรับมือและคำแนะนำ
ทางการอินเดียได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด การแยกผู้ป่วย และการเพิ่มความเข้มงวดในสถานพยาบาล พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า โดยเฉพาะค้างคาว และหลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้ที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขแนะนำให้ประชาชนล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการเข้าข่าย และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการอย่างใกล้ชิด
ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการควบคุมโรค และการสอบสวนทางระบาดวิทยา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 2569