Home เศรษฐกิจ - ธุรกิจ สัปดาห์นี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประกอบการ 4Q25 มีผลต่อราคาทองคำและหุ้น Technology ส่วนแรงงานในวันศุกร์ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ หนุนตลาดหุ้นระยะสั้น
เศรษฐกิจ - ธุรกิจ

สัปดาห์นี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประกอบการ 4Q25 มีผลต่อราคาทองคำและหุ้น Technology ส่วนแรงงานในวันศุกร์ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ หนุนตลาดหุ้นระยะสั้น

Share
Share

Pi Daily สัปดาห์นี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประกอบการ 4Q25 ซึ่งจะมีผลต่อราคาทองคำและหุ้น Technology ส่วนแรงงานในวันศุกร์ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ หนุนตลาดหุ้นระยะสั้น

วันที่ 12 มกราคม 2569 Pi Daily เผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดบวก 237 จุด (+0.48%) ได้แรงหนุนจากการจ้างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 2.2% แรงหนุนจากความกังวลอุปทานที่เกิดขึ้นจากการประท้วงในอิหร่านรวมไปถึงการโจมตีกันระหว่างรัสเซียกับยูเครน

คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรพบว่าเพิ่มขึ้นเพียง 5 หมื่นรายแย่กว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.6 หมื่น แต่อย่างไรก็ตามอัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.4% ดีกว่าคาดการณ์ที่ 4.5% พร้อมกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกนที่ดีกว่าคาดการณ์ ทั้งนี้หลังจากทราบผลพบว่า US Bond Yield กลับปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าตลาดให้น้ำหนักกับอัตราการว่างงานที่ลดลงผสานกับความเชื่อมั่นที่ปรับขึ้น ทางมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่าความเชื่อมั่นที่ปรับขึ้นมาจากความคาดหวังเชิงเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแต่ผู้บริโภคบางส่วนก็เริ่มรู้สึกคลายกังวลเกี่ยวกับภาระจากภาษีนำเข้า (รายงานฉบับนี้รวบรวมก่อนเกิดการบุกโจมตีเวเนซุเอลา) หรืออีกส่วนอาจเป็นเพราะราคาน้ำมันดิบที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นมา แต่ก็ยังเชื่อว่าเป็นเพียงการปรับขึ้นระยะสั้นเพราะยังเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน

ขณะที่ TSMC ได้รายงานยอดขายสำหรับเดือน ธ.ค. ที่ 3.35 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (+20%YoY) และทั้งปี 25 ที่ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (+31.6%YoY) ยังเห็นการเติบโตอยู่สำหรับรายเดือนเพียงแต่ชะลอลงบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสะท้อน Demand ที่แข็งแกร่งใน Semiconductor (+NVIDIA , GOOGL , MSFT , AMAZON) แนะรอติดตามผลประกอบกลุ่ม Tech ที่เหลือในช่วงปลายเดือน ม.ค.

สำหรับปัจจัยในประเทศนักลงทุนทยอยรอติดตามผลประกอบการที่จะรายงานหลังจากนี้จะเริ่มที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์รวมไปถึงการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือน ก.พ. ทำให้ตลาดหุ้นช่วงนี้จะยังค่อนข้างไร้ปัจจัย ส่งผลให้ SET INDEX ในช่วงวันศุกร์ปิดทรงตัว (+0.04%) คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามโดยรอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนวันอังคาร (CPI) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.7%YoY

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1245 – 1260 ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่ๆโดยเฉพาะในประเทศแต่ต่างประเทศอาจเข้ามาหนุนดัชนีได้บ้างจากความคาดหวังลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม Upside ยังคงจำกัดด้วยปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้เชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกเป็นรายตัว อาทิ หุ้นที่อิงกับผลประกอบการจากต่างประเทศ (MINT TU ITC) กลุ่มที่ปันผลดี (ICHI SCB KBANK KTB) ค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ปัจจัยหนุนการกระตุ้นของภาครัฐ ศูนย์การค้า (CPN) กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น อสังหาฯ (AP SPALI)

AP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท)
4Q25 คาดโอกาสเติบโต QoQ ต่อเนื่องจาก 1) กำหนดการเปิดโครงการใหม่ที่ยังสูง 2) อานิสงค์งานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 48 และ 3) GPM คาดฟื้นจากการรับรู้โครงการอัตรากำไรสูง

ICHI (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 13.90 บาท)
เลือก ICHI เป็น Top Pick ในกลุ่มเครื่องดื่มสำหรับปี 2026 จาก EPS growth เทียบ PE โดดเด่นสุดในกลุ่ม มีความเสี่ยงและปัจจัยกดดันจากภายนอกต่ำกว่ากลุ่ม เช่น ความเสี่ยงด้านความผันผวนของค่าเงินบาท ความไม่สงบชายแดน นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจระดับ 8%-9% ขณะที่คาดแนวโน้มกำไรปกติ 4Q25 โตแข็งแกร่ง YoY

#ข่าววันนี้ #หุ้นไทย #SETINDEX

Share

ข่าวแนะนำ

Related Articles