สถานการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในย่านต่ายโปว (Tai Po) ฮ่องกง ยังคงสร้างความสะเทือนใจทั่วภูมิภาค หลังหมู่อาคารพักอาศัย “หวังฟุก (Wang Fuc)” เกิดเพลิงไหม้รุนแรงตั้งแต่บ่ายวันที่ 26 พฤศจิกายน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 44 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 279 ราย โดยในจำนวนผู้บาดเจ็บที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลมีถึง 45 รายที่อาการสาหัส รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงบางส่วนที่เข้าปฏิบัติหน้าที่
ไฟลุกลามรวดเร็ว ยกระดับเป็นไฟไหม้ระดับ 5 ครั้งแรกในรอบ 17 ปี
เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุครั้งแรกเวลา 14.51 น. ก่อนที่ไฟจะลุกลามจากอาคารหนึ่งไปยังอีกหลายอาคารอย่างรวดเร็ว ในเวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงไฟถูกยกระดับจากเพลิงไหม้ระดับ 1 เป็นระดับ 4 และถูกประกาศเป็นเพลิงไหม้ระดับ 5 เวลา 18.22 น. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของฮ่องกง และเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีที่เกิดเหตุในระดับนี้
หมู่อาคารหวังฟุกประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 หลัง มีเกือบ 2,000 ยูนิต โดยเพลิงได้ลุกลามไปถึง 7 อาคาร ส่งควันดำปกคลุมทั่วพื้นที่และทำให้การอพยพเป็นไปอย่างยากลำบาก

นั่งร้านไม้ไผ่และโฟมไวไฟอาจเป็นตัวเร่งไฟลาม รายงานระบุว่า อาคารทั้ง 8 หลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ทำให้ถูกหุ้มด้วยนั่งร้านไม้ไผ่และตาข่ายสีเขียว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ก่อสร้างที่ติดไฟง่าย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าพบวัสดุโฟมโพลีสไตรีน (Styrofoam) ภายในอาคาร ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟลุกลามรวดเร็วและควบคุมได้ยาก
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่าการที่เพลิงลุกลามไปถึง 7 อาคารในเวลาอันสั้นถือเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติ และจำเป็นต้องมีการสืบสวนเชิงลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง
ทางการฮ่องกงจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 3 ราย ตำรวจฮ่องกงได้จับกุมผู้เกี่ยวข้องจำนวน 3 ราย ในข้อหา “ฆ่าคนโดยไม่เจตนา” ซึ่งประกอบด้วยกรรมการบริษัทก่อสร้าง 2 ราย และที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม 1 ราย โดยทางการยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนในทั้งมิติของความปลอดภัยและความเป็นไปได้ของคดีอาญา
สถานการณ์ล่าสุด
เช้าวันที่ 27 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว 4 อาคารจากทั้งหมด 7 อาคารที่ลุกไหม้ แต่ยังมีอีก 3 อาคารที่ยังคงมีไฟลุกไหม้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันภารกิจค้นหาผู้สูญหายเกือบ 300 รายยังคงดำเนินไปท่ามกลางโครงสร้างที่เสียหายอย่างหนัก
