Home ข่าวประชาสัมพันธ์ กทม.เปิดโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” เริ่ม 1 ต.ค. 68 ลดค่าขยะเหลือ 20 บาท/เดือน แค่แยกก่อนทิ้ง
ข่าวประชาสัมพันธ์

กทม.เปิดโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” เริ่ม 1 ต.ค. 68 ลดค่าขยะเหลือ 20 บาท/เดือน แค่แยกก่อนทิ้ง

กทม.ชวนคนกรุงร่วมโครงการ ‘บ้านนี้ไม่เทรวม’ แค่แยกขยะ ก็ลดค่าธรรมเนียมเหลือ 20 บาท/เดือน เริ่ม 1 ต.ค. 68

Share
Share

กรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” ชวนคนกรุงร่วมแยกขยะอย่างถูกวิธี เริ่ม 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการและทำการแยกขยะก่อนทิ้ง จะได้รับสิทธิพิเศษ ลดค่าธรรมเนียมเก็บขยะจากเดิม 60 บาท/เดือน เหลือเพียง 20 บาท/เดือน

วิธีเข้าร่วมโครงการ

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK Waste Pay ที่ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Google Play ใช้เพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น รหัสประจำบ้าน 11 หลัก ชื่อ–นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ

  • ลงทะเบียนแบบเดี่ยว : เจ้าของบ้าน, ผู้เช่าบ้าน, คอนโด/หมู่บ้านจัดสรรที่ไม่มีนิติบุคคล (เริ่มได้เลย)
  • ลงทะเบียนแบบกลุ่ม : สำหรับหมู่บ้านจัดสรร, คอนโด/อาคารชุดที่มีนิติบุคคล หรือชุมชนต่างๆ โดยสำนักงานเขตจะเป็นผู้ประสานงาน (เริ่ม 1 ส.ค. 68)

เงื่อนไขการคิดค่าธรรมเนียมใหม่

  • ไม่แยกขยะ : จ่ายอัตราเดิม 60 บาท/เดือน (สำหรับบ้านที่มีขยะไม่เกิน 20 ลิตร/วัน)
  • แยกขยะ + เข้าร่วมโครงการ : จ่ายอัตราใหม่เพียง 20 บาท/เดือน

วิธีแยกขยะ 4 ประเภท

1.ขยะเศษอาหาร (ถังเขียว) : กรองน้ำออก ใส่ถุง มัดปากแน่น → นำไปทำปุ๋ยหรือน้ำหมักชีวภาพ (บ้านที่ลงทะเบียนจะได้รับถุงใสขยะเศษอาหารฟรีในปีแรก)

2. ขยะรีไซเคิล : พลาสติก, ขวดแก้ว, กระดาษ, โลหะ → ล้างสะอาดก่อนนำไปขายหรือทิ้งตามจุดรับ

3. ขยะอันตราย (ถังส้ม) : ถ่านไฟฉาย, หลอดไฟ, กระป๋องสเปรย์ → แยกใส่ถุงใส เขียนป้ายกำกับ และนำไปทิ้งที่จุดรับขยะอันตราย

4. ขยะทั่วไป (ถังน้ำเงิน) : ขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ เช่น ซองขนม, ถุงเปื้อนอาหาร, กล่องโฟม

ขั้นตอนยืนยันการเข้าร่วม

ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 68 ระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ส่งภาพการแยกขยะ 4 ประเภท เพื่อยืนยันสิทธิ เมื่อข้อบัญญัติมีผลบังคับใช้ปลายปี 2568 จะสามารถชำระค่าธรรมเนียมอัตราพิเศษ 20 บาทได้ทันที

โครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” นอกจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น

Share

ข่าวแนะนำ

Related Articles