เก๊าต์เป็นโรคที่หลายคนคุ้นภาพจำว่าเกิดกับผู้สูงอายุ แต่ล่าสุดกลับถูกจับตาในสังคมไทย หลังนักร้องหนุ่มชื่อดัง “MEYOU” (มิว-ชิษณุชา ตันติเมธ) วัยเพียง 25 ปี ออกมาเผยว่าตนเองกำลังเผชิญกับโรคเก๊าต์ พร้อมน้ำหนักที่ลดลงถึง 10 กิโลกรัม เรื่องนี้กลายเป็นสัญญาณเตือนว่าความเจ็บป่วยดังกล่าวกำลัง “รุกคืบ” เข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าที่คิด
เก๊าต์คืออะไร?
เก๊าต์เกิดจาก กรดยูริกในเลือดสูงเกินไป จนตกผลึกสะสมตามข้อต่อ โดยเฉพาะข้อเท้าและหัวแม่เท้า อาการมักมาแบบเฉียบพลัน—ปวด บวม แดง ร้อน และเจ็บจนแทบเดินไม่ได้ หากปล่อยไว้นานอาจทำลายข้อต่อถาวร และเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไตหรือไตวายเรื้อรัง
ทำไมวัยรุ่นถึงเป็นเก๊าต์ได้?
สาเหตุหลักเชื่อมโยงกับ พฤติกรรมการใช้ชีวิตยุคใหม่ เช่น
-
การกินอาหารฟาสต์ฟู้ด เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลแปรรูป
-
การดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน ชานมไข่มุก รวมถึงเบียร์และแอลกอฮอล์
-
การนอนดึก ความเครียดสูง ขาดการออกกำลังกาย และน้ำหนักเกิน
รายงานของ Arthritis Foundation (2024) ยังระบุว่า อัตราการพบเก๊าต์ในคนอายุต่ำกว่า 30 ปีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศที่บริโภคอาหารแปรรูปและน้ำอัดลมสูง
อันตรายกว่าที่คิด
วัยรุ่นมักเข้าใจผิดว่าอาการปวดข้อคือจากการเล่นกีฬาหนักหรือข้อพลิก ทำให้มองข้ามและไม่ได้รับการวินิจฉัยทันเวลา เมื่อเก๊าต์กำเริบซ้ำ ๆ จะทำให้ชีวิตการเรียน การทำงาน และความฝันในอนาคตสะดุดลงอย่างหนัก
วิธีป้องกันเก๊าต์ตั้งแต่วัยรุ่น
-
ลดอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องใน อาหารทะเลปรุงรสเข้ม
-
หลีกเลี่ยงน้ำหวานและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
-
ดื่มน้ำวันละ 2–3 ลิตร ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
-
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
-
ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะระดับกรดยูริกในเลือด
👉 กรดยูริกสูงกว่า 7 มก./ดล. (ผู้ชาย) หรือ 6 มก./ดล. (ผู้หญิง) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันโรคเก๊าต์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
📝 บทเรียนจาก MEYOU สะท้อนว่า “เก๊าต์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของวัยรุ่นอีกต่อไป” การดูแลพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพราะโรคนี้อาจพรากทั้งสุขภาพและอนาคตไปได้ หากปล่อยปละละเลยตั้งแต่วัยหนุ่มสาว