กระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ออกมาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ใน เมียนมาและกัมพูชา รวม 19 เป้าหมาย หลังพบว่าเป็นต้นตอการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายให้กับชาวอเมริกันมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) ในปี 2024 เพียงปีเดียว
เมียนมา: ศูนย์กลางสแกมเมอร์ที่ชเวก๊กโก
OFAC ระบุว่า มีเป้าหมาย 9 รายในเมือง ชเวก๊กโก รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นฐานการหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัลขนาดใหญ่ ภายใต้การคุ้มครองของ กองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) โดยเฉพาะ เมืองใหม่หย่าไท่ (Yatai New City) ที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งรวมคาสิโน การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และการฉ้อโกงออนไลน์ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา
รัฐบาลสหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีดำ KNA รวมถึงผู้นำคือ ซอ ชิต ตู และบุตรชายอีก 2 คน ฐานมีส่วนร่วมในการค้ามนุษย์ ลักลอบขนสินค้า และสนับสนุนอาชญากรรมไซเบอร์

กัมพูชา: เครือข่ายคาสิโนฟอกเงินและหลอกลงทุนคริปโต
ขณะเดียวกัน ยังมี 10 เป้าหมายใน กัมพูชา ที่ถูกคว่ำบาตร โดยส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนที่ใช้ คาสิโนและโรงแรมในสีหนุวิลล์ เป็นฐานปฏิบัติการ เช่น
- บริษัท ที ซี แคปิตอล (T C Capital) เจ้าของอาคารและคาสิโน Golden Sun Sky ที่ถูกใช้เป็นศูนย์ฟอกเงินและหลอกลวงคริปโต
- บริษัท เค บี โฮเทล (K B Hotel) ที่กดขี่แรงงานทาสให้ทำงานหลอกเหยื่อออนไลน์
- บริษัท เฮง เฮ บาเวต (Heng He Bavet) และ M D S Heng He ที่มีส่วนพัฒนาโครงการหลอกลวงคริปโตในจังหวัดโพธิสัตว์
- รวมถึง HH Bank Cambodia ซึ่งถูกใช้เป็นสถาบันการเงินเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน
ผู้ก่อตั้งหลายราย เช่น ตง เล่อเฉิง และ ซู อ้ายหมิน ต่างมีประวัติอาชญากรรมฟอกเงินและการพนันผิดกฎหมายในจีนมาก่อน
มาตรการลงโทษเข้มภายใต้กฎหมาย Global Magnitsky Act
มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้อ้างอิงตาม พระราชบัญญัติ Global Magnitsky Human Rights Accountability Act ที่มุ่งจัดการผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงและการทุจริตข้ามชาติ โดยผลบังคับใช้จะทำให้ทรัพย์สินทั้งหมดของบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ หรืออยู่ในการควบคุมของบุคคลอเมริกันถูกอายัดทันที
จอห์น เค. เฮอร์ลีย์ ปลัดกระทรวงการคลังฝ่ายการก่อการร้ายและข่าวกรองทางการเงิน ระบุว่า
“อุตสาหกรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงคุกคามความมั่นคงทางการเงินของชาวอเมริกัน แต่ยังทำให้ผู้คนนับพันต้องตกเป็นทาสยุคใหม่”
ผลกระทบและการบังคับใช้
- บริษัทหรือนิติบุคคลใดที่บุคคลที่ถูกคว่ำบาตรถือหุ้นเกิน 50% จะถูกแบนโดยอัตโนมัติ
- ธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกที่ทำธุรกรรมกับกลุ่มที่ถูกคว่ำบาตร อาจเผชิญมาตรการทางกฎหมายจากสหรัฐฯ
- ผู้ที่ละเมิดข้อกำหนดคว่ำบาตร มีสิทธิถูกดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา
การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการตัดเส้นทางเงินทุนและกดดันเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติที่ใช้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานในการหลอกลวงทางไซเบอร์และค้ามนุษย์
เรียบเรียงจาก US Department of the Treasury