Home ข่าวทั่วไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม หารือความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น ยกระดับความปลอดภัยทางถนน มุ่งลดอุบัติเหตุ สร้างการเดินทางที่ปลอดภัยให้กับประชาชน
ข่าวทั่วไทยสังคม-ภูมิภาค

ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม หารือความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น ยกระดับความปลอดภัยทางถนน มุ่งลดอุบัติเหตุ สร้างการเดินทางที่ปลอดภัยให้กับประชาชน

Share
Share

นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานหารือร่วมกับ นางสาวริตสุโกะ ยามาซากิ-ฮอนดะ (Ms. Ritsuko YAMAZAKI-HONDA) ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยบนท้องถนน กองส่งเสริมความร่วมมือ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลญี่ปุ่น และคณะ โดยมีผู้แทนจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เข้าร่วมการหารือ เมื่อวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

นายชาครีย์ กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านความปลอดภัยบนท้องถนน รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ผลกระทบและแนวทางการบังคับใช้กฎหมายจราจร การรณรงค์ระดับประเทศเพื่อส่งเสริมการฝึกอบรมการขับขี่และการขับรถอย่างปลอดภัย และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน

โอกาสนี้ นายชาครีย์ ได้กล่าวถึงภาพรวมของการยกระดับด้านความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนของกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งเน้นการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ด้วยการดำเนินมาตรการที่ครอบคลุมทั้งการควบคุมปัจจัยเสี่ยง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักด้านความปลอดภัย รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ปลอดภัย โดยมีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573 โดย ขบ. ได้ดำเนินโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสำคัญ โครงการตรวจเข้มข้นรถโดยสารสาธารณะ Check Point เพื่อการเดินทางอย่างปลอดภัย โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ โครงการศึกษาพัฒนาศักยภาพบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM) วิทยากร และหน่วยฝึกอบรม

สำหรับ ทล. มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย ด้วยการพัฒนาระบบ Variable Speed Warning (VSW) เพื่อแนะนำความเร็วที่ปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ด้วยการตรวจสอบการจราจรและสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในเวลาจริง พร้อมแสดงข้อมูลบนป้ายอัจฉริยะ (Variable Message Signs) ระบบ Speed Enforcement เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ระบบ Red-Light Enforcement เพื่อตรวจจับการฝ่าไฟแดง การขับเร็วเกินกำหนดในเขตแยก และการขับผิดช่องทาง และ ระบบ Smart Crosswalk หรือทางม้าลายอัจฉริยะที่ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการจราจรและผู้ข้ามถนน

ส่วน ทช. มีโครงการวิจัยและพัฒนาเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ โครงการเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Road Users Safety Project) มีเป้าหมายในการศึกษาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมจราจรเพื่อลดความเสี่ยงและปรับปรุงถนนในพื้นที่นำร่อง ควบคู่ระบบติดตามและประเมินผล และโครงการจัดการระบบไฟส่องสว่าง (Enhanced Street Lighting Management Project) เพื่อยกระดับมาตรฐานการออกแบบและติดตั้งไฟถนนตามเกณฑ์ มอก. 2954-2562 โดยเน้นให้ความสำคัญต่อคุณภาพของพื้นผิวถนน ปริมาณการจราจร และความต้องการเฉพาะพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นความร่วมมือระยะยาว ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรด้านความปลอดภัยและวิศวกรรมจราจร พร้อมทั้งพัฒนากลไกทางการเงินและการลงทุน เพื่อสนับสนุนโครงการความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ด้าน สนข. ได้ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐภายใต้โครงการ Intergovernmental Collaboration to Promote Road Traffic Safety บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนของประเทศ โดยมาตรการสำคัญคือการจัดทำ แผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย (Facilitation and safety plans) เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว ผ่านความร่วมมือบูรณาการระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ความมั่นคง และการศึกษา

นายชาครีย์ กล่าวในตอนท้ายว่า จากผลการดำเนินงานของหน่วยงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 พบว่าจำนวนอุบัติเหตุลดลงจาก 1,545 ครั้ง เหลือ 1,434 ครั้ง หรือคิดเป็นร้อยละ 7 จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงจาก 211 ราย เหลือ 157 ราย หรือร้อยละ 26 ส่วนผู้บาดเจ็บลดลงจาก 1,718 ราย เหลือ 1,429 ราย หรือร้อยละ 17 ผลดังกล่าวสะท้อนแนวคิด Together Toward Sustainable Transportation ที่มุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน

Share

ข่าวแนะนำ

Related Articles