วันที่ 14 สิงหาคม 2568 เกิดปฏิบัติการใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) หรือที่เป็นที่รู้จักในฉายา “บิ๊กเต่า” นำกำลังเจ้าหน้าที่จาก กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าจับกุม ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ หรือ “จอนนี่ มือปราบ” อดีตตำรวจสายปราบปรามที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ พร้อมภรรยา ภายในพื้นที่บ้านพัก
การบุกจับครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาประมาณ 08.30 น. ตามหมายจับของ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3 โดยทั้งคู่เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา 5 ราย ที่ถูกออกหมายจับในคดีเกี่ยวกับการก่อสร้างและประกอบกิจการรีสอร์ทโดยมิชอบในพื้นที่ป่าไม้ของรัฐ
พฤติการณ์และความเป็นมา รายงานข่าวระบุว่า คดีนี้มีต้นตอมาจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน หลังได้รับข้อมูลว่ามีการก่อสร้างรีสอร์ทหรูในเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ
จากการตรวจสอบพบว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ แต่มีการปรับพื้นที่ ก่อสร้างอาคารพัก รวมถึงทำระบบสาธารณูปโภคครบครัน เพื่อเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ซึ่งเข้าข่ายบุกรุกและเปลี่ยนสภาพพื้นที่ป่าโดยผิดกฎหมาย
บทบาทของ “จอนนี่ มือปราบ” ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ หรือ “จอนนี่ มือปราบ” เป็นอดีตตำรวจที่เคยมีชื่อเสียงจากการทำคดีปราบปรามอาชญากรรม และมีผู้ติดตามจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย แต่ในครั้งนี้กลับถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมกับการดำเนินกิจการรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ผิดกฎหมาย โดยมีภรรยาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมดำเนินการ

ขั้นตอนหลังจับกุม หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นพื้นที่และเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งเอกสารสิทธิ์ ภาพถ่ายพื้นที่ และข้อมูลการเงินที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ และกระทำการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการติดตามผู้ต้องหาอีก 3 รายที่เหลือ ซึ่งเชื่อว่ามีบทบาทสำคัญในเครือข่ายนี้
ความผิดและโทษตามกฎหมาย ตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และการครอบครองที่ดินของรัฐ การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษทั้งจำคุกและปรับ รวมถึงต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด และฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
ผลกระทบและกระแสสังคม หลังข่าวการจับกุมถูกเผยแพร่ออกไป ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากผู้ต้องหามีภาพลักษณ์เป็นตำรวจมือปราบในอดีต แต่กลับถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายเสียเอง ขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างโปร่งใส และขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด