📹 คลิปฉาวในโซเชียล พากย์ภาษาจีนพาดพิง ตม.ไทย
บนโลกออนไลน์ ได้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังมีคลิปวิดีโอที่ถูกตัดต่อและเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เป็นภาพชายชาวจีนรายหนึ่งถ่ายคลิปตัวเองระหว่างเดินทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมพากย์เสียงภาษาจีนที่สื่อความหมายในเชิงเสียดสีและบิดเบือนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของไทย
เสียงพากย์ในคลิปมีการระบุ เช่น
-
“จะแสดงให้ดูว่าจะเข้าประเทศไทยยังไง ตอนนี้ตรวจเข้มมาก”
-
“หลังจากผ่านด่านมาก็มาหากระเป๋าของเรา หาไม่เจอ”
-
“การมาไทยครั้งนี้ จริงๆ ก็ง่ายๆ แค่มีเงินหาน้องๆ มาช่วยเปิดทางก็พอแล้ว”
-
พร้อมคำพูดพาดพิงว่า “ไทยก็แบบนี้…” และปิดท้ายด้วยตัวหนังสือระบุ “#การทำงานในประเทศไทย #โดยไม่ต้องขอวีซ่านั้น #ต้องมีความสัมพันธ์กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเสียก่อน”
🕵️♀️ ตำรวจ ตม. ชี้แจงทันที – ยืนยันช่วยเหลือด้วยเจตนาดี
พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2 เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2568 ว่า ตนได้เห็นคลิปดังกล่าวตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้สั่งการให้ตรวจสอบโดยด่วน โดย พ.ต.อ.หญิง เนาวรัตน์ เฉลิมศรี ผกก.ฝ่าย ตม.ขาเข้า ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ที่ถูกถ่ายในคลิปคือ ร.ต.อ. เอกนรินทร์ จันทะมาฐรภัสกุล รอง สว.ฝ่าย ตม.ขาเข้า
ร.ต.อ.เอกนรินทร์ ให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนคนดังกล่าวได้ขอความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลเข้าเมืองระบบ TDAC เพราะไม่เข้าใจภาษา ซึ่งตนก็ช่วยเหลือด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก่อนจะรีบนำส่งช่องตรวจ และแยกตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยไม่รู้ตัวว่าถูกแอบถ่ายภาพเพื่อนำไปบิดเบือน
🚫 เตือนคนต่างชาติอย่าฉวยโอกาส – เสี่ยงเพิกถอนวีซ่า
ผบก.ตม.2 ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีความพยายามจากกลุ่มคนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ที่แฝงตัวเข้าประเทศในคราบนักท่องเที่ยวผ่านฟรีวีซ่า โดยมีเอเย่นต์คอยโฆษณาว่าสามารถพาเข้าประเทศไทยได้ “แบบมีเส้นสาย” หรือแม้กระทั่งทำ “ชาเลนจ์ผ่านด่าน ตม.” เพื่อสร้างคอนเทนต์ในโซเชียล ซึ่งล้วนเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่
ข้อมูลล่าสุด ระหว่างเดือน ม.ค. – พ.ค. 2568 มีการปฏิเสธการเข้าเมืองจากชาวต่างชาติแล้วถึง 8,193 ราย สะท้อนถึงมาตรการคัดกรองเข้มข้นของ ตม.ไทยในปัจจุบัน
⚖️ แจ้งความแล้ว – เดินหน้าดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท
ล่าสุด ร.ต.อ.เอกนรินทร์ฯ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีกับชายชาวจีนรายดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเสนอให้เพิกถอนวีซ่า และขึ้นบัญชีเป็น “บุคคลต้องห้าม” ไม่ให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีกต่อไป
🧩 สรุป: สังคมต้องแยกแยะ – เจ้าหน้าที่มีใจบริการ แต่ไม่ควรถูกนำไปบิดเบือน
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของการทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและศักดิ์ศรีเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในจุดปฏิบัติงานสำคัญอย่างด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดหรือคอนเทนต์โดยพลการ
📌 ขอความร่วมมือจากผู้เดินทางทุกคน: งดการถ่ายคลิปในพื้นที่ปฏิบัติงาน และเคารพการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ