แท็กซี่รวมตัวหน้ากระทรวงคมนาคม ขู่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ร้องรัฐจัดการ Grab – ผู้โดยสารถามกลับ “ใครกันแน่ที่ไม่ยุติธรรม?”
กรุงเทพฯ – 21 พฤษภาคม 2568 กลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่รวมตัวหน้ากระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการให้บริการของแอปพลิเคชัน Grab ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยอ้างว่าเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม พร้อมขู่หากไม่ได้รับการตอบสนอง อาจยกระดับการชุมนุมด้วยการปิดสนามบิน
ผู้ขับขี่แท็กซี่ระบุว่า การอนุญาตให้ Grab มีจุดรับส่งผู้โดยสารในสนามบินเป็นการแย่งลูกค้า และซ้ำเติมรายได้ของแท็กซี่ระบบดั้งเดิมที่ถูกควบคุมด้วยข้อกำหนดจำนวนมาก ขณะที่บริการผ่านแอปฯ ได้รับความสะดวกสบายจากนโยบายรัฐ
นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าได้รับเรื่องร้องเรียน และจะดำเนินการตั้งคณะทำงานเพื่อหาข้อยุติภายใน 60 วัน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายทั้งผู้ขับแท็กซี่และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม
ขณะที่ บริษัท แกร็บ ประเทศไทย ออกแถลงการณ์วันที่ 23 พฤษภาคม ชี้แจงว่า จุดให้บริการภายในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันมีผู้ขับแท็กซี่กว่า 10,000 รายที่เข้าร่วมระบบ Grab เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับจรรยาบรรณและมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้จุดกระแสความไม่พอใจในหมู่ผู้โดยสารจำนวนมากที่ออกมาแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย โดยย้ำว่า การเลือกใช้บริการ Grab ไม่ใช่เพราะต้องการต่อต้านแท็กซี่ แต่เพราะในอดีตเคยถูกปฏิเสธจากแท็กซี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ้างอ้างว่าจะไปเติมแก๊ส บ้างไม่สะดวกไปในเส้นทาง
หนึ่งในข้อความที่ได้รับการแชร์อย่างกว้างขวางระบุว่า
“Grab ไป ตอนที่แท็กซี่ไม่ไป ปีนี้ 2025 แล้ว อย่าดึงเรากลับไปยุคที่ต้องยืนง้อรถริมถนนอีกเลย”

ประชาชนส่วนใหญ่จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเน้นการพัฒนาคุณภาพบริการและการแข่งขันที่เป็นธรรมมากกว่าการจำกัดทางเลือกของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล