Home บันเทิง ปิดดราม่าหมากัด! เจ้าของปอมฯ พูดชัด ไม่ติดใจ ‘บิว วราภรณ์’
บันเทิง

ปิดดราม่าหมากัด! เจ้าของปอมฯ พูดชัด ไม่ติดใจ ‘บิว วราภรณ์’

Share
Share

กำลังกลายเป็นดราม่าร้อนในโซเชียล กรณีเจ้าของสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ออกมาไลฟ์สดด้วยน้ำตา เล่าถึงความเสียใจอย่างสุดหัวใจ หลังน้องหมาหลุดออกจากบ้าน ก่อนจะพบว่า “ไม่รอดกลับมาอีกแล้ว” จุดเริ่มต้นเกิดจากเหตุการณ์ที่กล้องวงจรปิดในละแวกบ้านจับภาพได้เพียงน้องปอมฯ วิ่งออกจากบ้าน และมีหมาไซบีเรียนผ่านหน้ากล้องไปเช่นกัน เจ้าของจึงเริ่มตามหาว่าเป็นหมาใคร กระทั่งมีเพื่อนบ้านระบุว่าอาจเป็นสุนัขของ “บิว วราภรณ์” แม้ไม่มีภาพขณะเกิดเหตุโดยตรง แต่การโยงชื่อดาราเข้ามาทำให้โซเชียลลุกเป็นไฟ หลายคนตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบและความจริงของเรื่องนี้
ล่าสุดวันที่ 9 เมษายน 2568 เจ้าของปอมฯ ได้โพสต์ชี้แจงเพิ่มเติม โดยบอกว่าไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายใคร เพียงอยากได้ความกระจ่าง และยืนยันว่าครอบครัวเสียใจมากกับการสูญเสียครั้งนี้

“ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดนะครับ (มีความรู้สึกของเจ้าของหมามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ)”

1. เรื่องราวทั้งหมด
– วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม น้องหมาปอมอายุ 14 ปีของเราหลุดออกออกบ้านด้วยความสะเพร่าของเราเอง และไปโดนกัดตายบริเวณส่วนกลางหน้าบ้าน ตอนเวลา 15.55 น. (ตามคลิปด้านล่าง) ทางเราพยายามตามหาเจ้าของหมาที่มากัดปอมเราตาย โดยถามจากรอบ ๆ บ้านและได้คลิปจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านมา
– พบว่าเป็นหมาไซบีเรียน 2 ตัวของคู่กรณีเราจึงทำการโทรฯติดต่อคู่กรณีครั้งแรกในเวลา 18.22 น.
– คู่กรณีไม่อยู่บ้านแจ้งว่าจะเข้ามาคุยวันอาทิตย์ หลังจากนั้นเราได้ไปทำการจัดการศพน้องปอม
– หลังจากที่คุยปรึกษากับทางบ้านแล้ว วันอาทิตย์ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครว่าง จึงอยากให้มาพบและพูดคุยกันในวันเกิดเหตุเลย จึงได้โทรฯไปนัดหมายคู่กรณีให้มาพบกัน ณ จุดเกิดเหตุเวลา 20.00 น.
– เวลา 20.00 น. ทางครอบครัวเรา 5 คนรวมทั้งคุณแม่ของเรา (เจ้าของปอม) รออยู่ที่จุดเกิดเหตุและมีการโทรฯตามคู่กรณีถึง 3 รอบโดยคู่กรณีออกมาเวลาประมาณ 20.45 น. (ซึ่งคุณแม่และพี่สาวเราไม่อยากรอแล้วจึงขอเข้าบ้านไปก่อน)
– ได้พบคู่กรณีและคุณแม่ของภรรยาคู่กรณี มีการพูดคุย และได้ทำการขอโทษจากทั้งสองฝ่าย และต่างฝ่ายยอมรับว่าหมาหลุดออกมาทั้งคู่ แต่โชคร้ายที่ฝั่งเราเป็นฝ่ายสูญเสียหมาปอมไป และเราได้กำชับถึงมาตรการของคู่กรณีหลังจากนี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะหมาคู่กรณีตัวใหญ่ หลุดมาหลายรอบและไม่อยากให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก โดยทางเรายืนยัน ณ ตรงนั้นว่าไม่ได้อยากรับเงินชดเชยในส่วนใดๆ ก็ตาม
– ทางเราได้แจ้งว่าอยากจะจบจากเหตุการณ์ในวันนี้แต่เพียงเท่านี้ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ทางเรายังทำใจไม่ได้ ทางคู่กรณีเลยแจ้งว่าหากมีคำแนะนำด้านใดหรืออยากให้ดูแลด้านใดให้ติดต่อกลับได้ทันที และทุกคนแยกย้ายกัน ณ จุดเกิดเหตุในเวลาประมาน 22.00 น.
– ในวันต่อมา (อาทิตย์ที่ 16 มีนาคม) มีหมาไซบีเรียนหลุดมาในกลุ่มหมู่บ้านอีกครั้ง ทางเรากลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย จึงพิมพ์ลงไปในกลุ่ม

– ทางคู่กรณี โทรฯมาแจ้งว่า ไม่ใช่หมาของตน ทางเรารับทราบ และไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ต่อ
– หลังจากเวลาผ่านไป 5-6 วันในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม ทางเราได้คุยกับคุณแม่และถามคุณแม่ว่าพร้อมจะเจอเจ้าของหมารึยัง คุณแม่แจ้งว่าพร้อมแล้ว
– ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม เราจึงได้พยายามโทรฯนัดหมายกับคู่กรณี ครั้งแรกเวลา 16.34 น. และครั้งที่สองเวลา 19.44 น. แต่ทางคู่กรณีไม่รับสายและไม่ติดต่อกลับอีกเลยตั้งแต่วันนั้น
2. เหตุผลที่เข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์คุณบาส
– “ทางพวกเราทุกคนขอโทษจากใจจริง ที่เข้าไปใช้พื้นที่โซเชียลของคุณบาสสื่อสารไปยังคู่กรณี”
– แต่เนื่องจากวันที่ 6 เมษายน พบว่าพี่ชายของคู่กรณีเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน จึงเข้าไปคอมเมนต์เพื่อแสดงความเสียใจและใช้พื้นที่นั้นสื่อสารไปถึงคู่กรณี เพื่อหวังให้คู่กรณีติดต่อกลับมา (ตามคอมเมนต์ในโพสต์)
3. การติดต่อกลับมาของคู่กรณี
– หลังจากที่เราคอมเมนต์ในโพสต์ของคุณบาสไป เราได้รับการติดต่อกลับมาจากคู่กรณีในวันที่ 7 เมษายน เวลา 11.26 น. (พูดคุยกันประมาณ 25 นาที) เราได้ถามถึงเหตุผลที่ไม่ติดต่อกลับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ซึ่งทางคู่กรณีแจ้งว่าผิดพลาดเองติดธุระ (แต่ทำไมไม่โทรฯกลับมา? ทั้ง ๆ ที่มีเบอร์เรา)
ได้ข้อสรุปว่า ทางคู่กรณีเข้าใจผิด คิดว่าเราไม่อยากพูดคุยถึงเรื่องนี้อีกแล้ว (ถ้าเราไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว วันที่ 20 มีนาคม เราจะพยายามติดต่อคุณไปทำไม? เราจะรอให้คุณติดต่อกลับมาทำไม?)
– สรุปการพูดคุยในวันที่ 7 เมษายนคือ ทางเราแจ้งว่า “ให้ทางคู่กรณีกลับไปพูดคุยกันแล้วให้ติดต่อกลับมาอีกครั้ง”
– ในวันที่ 8 เมษายน (วันนี้) เวลาประมาณ 11.00 น. ทางคู่กรณีทั้งสองไลฟ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกเราฟังพบว่ามีความคลาดเคลื่อนในหลาย ๆ ประเด็นในข้อเท็จจริง
4. สิ่งที่เราต้องการ
– ในตอนแรก เราแค่ต้องการนัดหมายและต้องการคำขอโทษด้วยความจริงใจโดยตรงกับคุณแม่ของเรา ซึ่งเป็นเจ้าของหมาปอมตัวจริง แต่ไม่มีการตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น และในตอนนี้ไม่ต้องการคำขอโทษนั้นอีกต่อไปแล้วครับ เรายืนยันว่าไม่ได้อยากทะเลาะกับใครใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่มีการต่อว่าคู่กรณีแต่อย่างใด สุดท้ายขออนุญาตพูดในมุมของคนที่โกรธ และสูญเสียหมาที่เลี้ยงเหมือนลูกมาตลอด 14 ปี ตอนนี้พวกเราโดนกระแสโซเชียลถล่มเยอะมาก และทำให้สภาพจิตใจของพวกเราย่ำแย่ไม่แพ้กัน จึงจบประเด็นทั้งหมดตรงนี้เท่านี้นะครับ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะครับ

“ขอให้ทั้งสองฝ่ายตุยกันด้วยความเข้าใจ และจบเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมกับใจของทั้งสองฝ่าย เรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอแสดงความสูญเสียกับฝ่ายน้องปอมและขอความเข้าใจในฝ่ายคุณบิว”

Share

ข่าวแนะนำ