Home headline ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหว วันที่ 4 เม.ย.68
headlineข่าวทั่วไทยรายงาน

ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหว วันที่ 4 เม.ย.68

ตึกถล่ม

Share
ตึกถล่ม
ตึกถล่ม
Share

กทม.เดินหน้าภารกิจรื้อซากอาคารถล่มกว่า 40,000 ตัน คาดแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ผนึกกำลังทีมกู้ภัยต่างชาติค้นหาผู้รอดชีวิต

(4 เม.ย. 2568) ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เขตจตุจักร – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงถึงความคืบหน้าภารกิจช่วยเหลือเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว โดยระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามเข้าถึงจุดที่คาดว่ามีผู้รอดชีวิตอยู่ตั้งแต่คืนวันที่ 3 เม.ย. หลังตรวจพบสัญญาณชีพและเสียงภายในซากอาคาร แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากพื้นที่เต็มไปด้วยเศษเหล็ก โพรงแคบ และไม่มีเส้นทางให้เจาะลึกเข้าไปได้

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องปรับแผนมาใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอนซากแทน เพื่อเปิดพื้นที่ให้กว้างขึ้น โดยจะยังคงมีทีมกู้ภัย (rescue team) คอยเฝ้าระวังสัญญาณชีพอยู่ตลอด หากตรวจพบความเคลื่อนไหวหรือเสียง ทีมกู้ภัยจะเข้าดำเนินการทันที

ซากอาคารทั้งหมดมีปริมาณประมาณ 15,000 ลูกบาศก์เมตร หรือราว 40,000 ตัน คาดว่าการรื้อถอนจะใช้เวลาระหว่าง 30 – 60 วัน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของพื้นที่และดุลยพินิจของผู้เชี่ยวชาญ

นายชัชชาติยังเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับทูตญี่ปุ่นเกี่ยวกับแนวทางการรับมือแผ่นดินไหว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ตรวจสอบอาคาร ซึ่งถือเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และรับความร่วมมือจากนานาประเทศในอนาคต

ตึก สตง. ถล่ม

“แม้แผ่นดินไหวครั้งนี้จะรุนแรงมาก แต่กลับมีอาคารถล่มเพียงแห่งเดียว ซึ่งยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ถือเป็นสัญญาณบวกว่าอาคารส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ แข็งแรงและปลอดภัย”

ในด้านการดูแลด้านจิตใจ รองผู้ว่าฯ ทวิดา เปิดเผยว่า ได้จัดทีมจิตแพทย์ 2 ทีม คือ

  1. ทีมสนับสนุนญาติผู้สูญหายบริเวณภายนอก คอยพูดคุยให้กำลังใจและรับฟังความรู้สึก

  2. ทีมดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายใน ให้ทั้งการรักษาพยาบาลเบื้องต้นและช่วยดูแลด้านสภาพจิตใจ

ปลัดฯ วันทนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้ระบุแหล่งที่มาของภาพข่าวให้ชัดเจน เนื่องจากเริ่มมีการแชร์ภาพเหตุการณ์จากเมียนมาปะปนกับเหตุการณ์ในเขตจตุจักร ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสน

สำหรับผู้ประสบภัยทั้งหมด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงฯ อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยกรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยทหาร มูลนิธิ และจิตอาสา เช่น ครัวพระราชทาน และราชประชาสมาสัย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ จนกว่าจะสามารถนำร่างสุดท้ายออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ

“วันนี้ทีมเราทุกคนรวมเป็นหนึ่งเดียว และจะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจนี้ให้ดีที่สุด” — กรุงเทพมหานครยืนยัน.

Share

ข่าวแนะนำ