หลังจากที่นักร้องหนุ่ม อิลสลิก (Illslick) ประสบปัญหากับผู้จัดคอนเสิร์ตในจังหวัดนครปฐม เกี่ยวกับเรื่องค่าตัวและทีมซาวนด์ จนเกิดเป็นดราม่าบนเวทีคอนเสิร์ต อิลสลิกได้ประกาศคืนเงินค่าตัว และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ ลิลลี่ อดีตแฟนสาวที่รับงานและใช้บัญชีในการโอนเงินค่าตัว
อิลสลิกได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงประเด็นนี้ โดยระบุว่า
“ขอชี้แจงบางประเด็นที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับคอนเสิร์ตที่นครปฐม เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้พูดคุยกับผู้จัดงานจนเข้าใจตรงกันและได้ข้อสรุปบางประการแล้ว
ในเรื่องค่าตัว ผมได้รับค่าตัว 550,000 บาท โดยไม่มีการเรียกเพิ่ม และไม่ได้มีการคิดค่าเดินทางแยกต่างหากจากค่าตัวดังกล่าว ค่าตัว 550,000 บาทนั้นรวมทั้งสองงาน (นครปฐมและโคราช) ไว้แล้ว โดยในการมัดจำและการโอนเงินผู้จัดงานได้โอนพร้อมกันในวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 550,000 บาท ไม่ได้เป็น 800,000 บาทตามที่กล่าวอ้าง
สำหรับปัญหาทีมซาวนด์ เมื่อผู้จัดติดต่อมา ผมได้แจ้งไว้ตั้งแต่แรกว่าผมยังไม่มีทีมซาวนด์ใหม่ และไม่มั่นใจในการรับงานสองงานติดกัน หากผู้จัดสามารถหาทีมซาวนด์ให้ได้ ผมก็พร้อมรับงาน โดยผู้จัดส่งทีมซาวนด์มาให้ แต่ใกล้วันแสดงทีมซาวนด์กลับปฏิเสธ และสุดท้ายหาทีมใหม่ได้ทันเวลา
ในระหว่างการแสดง เนื่องจากเป็นทีมใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคย จึงทำให้เกิดปัญหาด้านการซาวนด์เช็กและการรักษาเวลาที่ไม่ดีเท่าที่ควร แม้ว่าผมจะยังคงแสดงเต็มโชว์ แต่ก็ได้ตัดสินใจคืนเงินค่าตัวรวมค่าเดินทางเต็มจำนวน 550,000 บาท เพื่อเป็นการรับผิดชอบในส่วนที่รู้ตัวว่าวันนี้ซาวนด์อาจไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมได้พูดคุยกับผู้จัดงานและมีการขัดแย้งกันบนเวที ก่อนที่จะลุกลามไปเป็นการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว การไลฟ์สดโดยไม่ได้รับอนุญาต และการโต้แย้งกันที่สถานีตำรวจ รวมถึงปัญหาการกักอุปกรณ์เครื่องเสียงไม่ให้นำออก ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับของที่มีมูลค่าสูง
ผมได้พูดคุยกับผู้จัดทั้งเมื่อวานและเช้าวันนี้ และยินดีที่จะให้รวบรวมความเสียหายและดำเนินการฟ้องร้อง เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องการชดเชย แต่ผู้จัดยืนยันจะรับผิดชอบเอง พร้อมขอยกเลิกงานโคราช โดยไม่ต้องการรับเงินคืน ผมจึงได้คืนเงิน 550,000 บาทสำหรับงานที่โคราช เพราะไม่สามารถจัดงานได้และมีค่าใช้จ่ายที่ต้องคืนให้ผู้ชม
ในที่สุด เราทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยุติข้อพิพาทในเรื่องของทั้งสองคอนเสิร์ต โดยจะดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่มีการละเมิดต่อกันต่อไปจนถึงที่สุดครับ”
และเมื่อวานที่ผ่านมาแฟนสาว(เก่า)ออกรายการให้สัมภาษณ์ ทำให้กระแสสังคมโจมแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ทั้งทางฝั่งศิลปินและผู้จัดงาน โดยเสียงวิพากย์วิจารณ์ส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นตรงกันว่า ทำไมถึงเข้าข้างฝ่ายชายขนาดนั้นทั้งๆที่บอกไม่ได้เป็นอะไรกัน งานนี้ต้องติดตามต่อไปว่าทั้งสองฝ่ายจะจบยังไง เพราะฝั่งผู้จัดงานได้เรียกเงินค่าเสียหายถึง 200,000 บาท เรื่องนี้จะไปจบที่ตรงไหน?