ประธาน กพฐ.นำทีมคณะกรรมการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเรียนการสอนโรงเรียน จ.น่าน เพื่อนำข้อคิดเห็นและปัญหาที่พบเข้าไปหารือในที่ประชุม กพฐ. ต่อไป

ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) นำทีมคณะกรรมการ กพฐ. เตรียมเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกสถานที่ (กพฐ. สัญจร) ณ จังหวัดน่าน โดยแบ่งคณะกรรมการเป็น 5 สาย ลงพื้นที่ศึกษาสภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนต่างๆ รวม 14 โรงเรียน โดยมีผู้บริหารของ สพฐ. ได้แก่ นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมคณะตรวจเยี่ยมกับศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ในสายที่ 3 ด้วย เพื่อนำข้อคิดเห็นและปัญหาที่พบเข้าไปหารือในที่ประชุม กพฐ. ต่อไป

โดยในช่วงเช้า คณะของประธาน กพฐ. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนบ้านหนองรัง มิตรภาพ 107 จ.น่าน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่รับเด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยมีเด็กพิเศษ จำนวน 43 คน เด็กปกติ 132 คน มี ผอ. 1 คน ข้าราชการครู 11 คน ครูพี่เลี้ยง 5 คน และมีครูจากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดน่าน หมุนเวียนมาช่วยดูแล 3 คน จากนั้นได้ไปตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่รับเด็กพิเศษเข้าเรียนรวมด้วย โดยมีเด็กพิเศษ จำนวน 44 คน เด็กปกติ 170 คน เปิดสอนชั้นอนุบาล – ม.3 มี ผอ.1 คน ข้าราชการครู 14 คน ครูพี่เลี้ยง 1 คน ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการคอนเน็กซ์อีดี โดยมีบริษัททรูฯ สนับสนุนโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์จัดการเรียนรู้ โดยทางโรงเรียนได้นำโปรแกรม “เฮฮาภาษาสนุก” มาพัฒนาการอ่านให้กับเด็กพิเศษที่พูดไม่ได้เลย จนสามารถพูดและอ่านตามเสียงได้ จนเด็กสามารถอ่านออกเขียนได้แล้ว ส่วนเด็กระดับมัธยมศึกษา ทางโรงเรียนให้เด็กได้ร่วมกิจกรรมการสร้างอาชีพให้มีรายได้ระหว่างเรียน รวมถึงทำ Smart Farm Model โดยนำเทคโนโลยีมาจำลองการประยุกต์ใช้ในการเกษตร สามารถนำไปต่อยอดในชีวิตประจำวันและนำไปประกอบอาชีพได้ด้วย

ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านหนองรัง มิตรภาพ 107 และโรงเรียนบ้านทุ่งน้อยในวันนี้ พบว่า ทั้ง 2 โรงเรียนมีลักษณะพิเศษ เป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบเรียนรวมที่มีเด็กพิเศษในสัดส่วนที่สูง ซึ่งทั้งสองโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ดีมาก ที่น่าประทับใจคือผู้บริหารและครูมีความทุ่มเท เสียสละ ในการจัดกิจกรรมดีๆ มีคุณภาพให้กับผู้เรียน และทำให้เราได้เห็นผลชัดเจนว่าเด็กสามารถทำได้จริง อย่างเช่น โรงเรียนบ้านหนองรัง มิตรภาพ 107 เด็กสามารถไปเรียนต่อห้อง Gifted ได้ ส่วนโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย ก็จะเด่นที่กิจกรรมที่สามารถทำให้เด็กพิเศษและเด็กปกติทำกิจกรรมร่วมกันได้ เช่น การร้องเพลงประสานเสียง การปลูกพืชผักสวนครัว การทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งนอกจากได้ฝึกทักษะแล้วยังทำให้เด็กสามารถสร้างผลงาน สร้างผลิตภัณฑ์ จนต่อยอดสร้างอาชีพให้กับตนเองได้
“จากการตรวจเยี่ยมวันนี้รู้สึกประทับใจกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดให้กับผู้เรียน แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารและครูมีความทุ่มเทเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะยังมีความขาดแคลนอีกหลายอย่าง แต่ทางโรงเรียนก็สามารถหาสิ่งทดแทนเข้ามาเสริมเติมเต็มได้ เช่น นำโปรแกรมมาส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องได้เรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีพลัง พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปได้อีกไกล ซึ่งผมมองเห็นศักยภาพที่เด็กจะสามารถต่อยอดไปได้อีกเยอะมาก ทั้งนี้ กพฐ. ก็จะรับฟังปัญหาเพื่อนำไปหาทางช่วยเหลือ และช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนให้คนภายนอกได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เด็กทำออกมา และระดมความคิดว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งที่เราเห็นนี้สามารถเชื่อมโยงกับตลาดระดับชาติ และระดับโลกได้ในที่สุด“ ประธาน กพฐ. กล่าว


ทั้งนี้ การแบ่งสายบอร์ด กพฐ. ลงไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนทั้ง 5 สาย รวม 14 โรงเรียน ประกอบด้วย สายที่ 1 นำโดย นายวิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ และนางชลิดา อนันตรัมพร ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านห้วยท่าง (สพป.น่าน เขต 1) โรงเรียนบ้านปรางค์ และโรงเรียนราชปิโยรสา ยุพราชานุสรณ์ (สพป.น่าน เขต 2) สายที่ 2 นำโดย นายปราโมทย์ แก้วสุข และนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ลงพื้นที่โรงเรียนบ่อเกลือ (สพม.น่าน) และโรงเรียนบ้านบ่อหยวก (สพป.น่าน เขต 2) สายที่ 3 นำโดย ศ.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ และนางศรินธร วิทยะสิรินันท์ ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านหนองรัง มิตรภาพ 107 และโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย (สพป.น่าน เขต 1) และโรงเรียนนันทบุรีวิทยา วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร (สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน) สายที่ 4 นำโดย นายอำนาจ วิชยานุวัติ และ รศ.ปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธุ์ ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านชมพู (สพป.น่าน เขต 1) โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 (สศศ.สพฐ.) และโรงเรียนสา (สพม.น่าน) และสายที่ 5 นำโดย นายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ์ และนางณัฐนันทน์ อัศวเลิศศักดิ์ ลงพื้นที่โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา (สช.) โรงเรียนน่านประชาอุทิศ (สพม.น่าน) และโรงเรียนดรุณวิทยา (เทศบาลเมืองน่าน) โดยทั้งหมดจะนำข้อคิดเห็นและปัญหาที่พบเข้าไปหารือในที่ประชุม กพฐ. ต่อไป