Home ข่าวทั่วไทย “ตรวจการสุดซอย” ลุยตรวจเข้มโรงงาน สั่งฟัน!! หยุด รง.น้ำตาลลพบุรี ฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่ปรับปรุงระบบบำบัดอากาศ
ข่าวทั่วไทย

“ตรวจการสุดซอย” ลุยตรวจเข้มโรงงาน สั่งฟัน!! หยุด รง.น้ำตาลลพบุรี ฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่ปรับปรุงระบบบำบัดอากาศ

Share
Share

“เอกนัฏ” ส่ง “ทีมตรวจการสุดซอย” ลุยตรวจเข้มโรงงาน สั่งฟัน!! หยุด รง.น้ำตาลลพบุรี ฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่ปรับปรุงระบบบำบัดอากาศ อึ้ง!! พบรับซื้ออ้อยเผาทะลุ 73% มากสุดในประเทศ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้ “ทีมตรวจการสุดซอย” ลงพื้นที่ตรวจโรงงานที่ต้องติดตั้งระบบตรวจสอบการระบายมลพิษอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring Systems) หรือ ระบบ CEMS กว่า 600 โรงงานทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกกฎหมายคุมเข้มให้โรงงานขนาดใหญ่ 13 ประเภทต้องติดตั้งระบบ CEMS และรายงานข้อมูลการระบายมลพิษหลังการบำบัดแบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมเฝ้าระวังการระบายมลพิษอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตลอดเวลา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กระทรวงฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ประกอบกับคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เห็นชอบกำหนดวันเปิดหีบอ้อยผลิตน้ำตาลทราย ฤดูการผลิตปี 2567/68 ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยโรงงานน้ำตาลเป็นโรงงานที่เข้าข่ายต้องติดตั้งระบบ CEMS จึงเป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการส่งทีมตรวจการสุดซอยลงพื้นที่สุ่มตรวจเข้มโรงงานน้ำตาลที่มีสถิติรับอ้อยเผาไฟสะสมสูงตั้งแต่วันที่เปิดหีบเป็นต้นมา

ด้าน ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ทีมตรวจการสุดซอย“ ของกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พนักงานเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรีได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานของบริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาล ที.เอ็น จำกัด ประกอบกิจการผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 11 หมู่ที่ 2 ถนนบ้านท่าหลวง-แก่งผักกู ตำบลแก่งผักกูด อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ภายหลังจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากโรงงานปล่อยควันดำและมีกลิ่นเหม็นจากการรั่วไหลของน้ำโมลาส ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรีได้สั่งการให้บริษัททำการปรับปรุงแก้ไขโรงงาน ดังนี้ 1) ให้ปรับปรุงระบบบำบัดมลพิษอากาศให้มีประสิทธิภาพเพียงพอและทำการตรวจสอบคุณภาพอากาศปลายปล่องที่ระบายออกให้มีค่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และ 2) ให้เร่งซ่อมแซมถังเก็บน้ำโมมาสและทำการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ

จากการตรวจสอบของทีมตรวจการสุดซอย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 พบว่า บริษัทฯ ขอขยายระยะเวลาในการปรับปรุงแก้ไขโรงงานเรื่อยมา นอกจากนี้ ในวันที่เข้าตรวจสอบบริษัทฯ ไม่สามารถแสดงผลการตรวจวัดค่าปริมาณสารเจือปนในอากาศได้ อีกทั้งปล่องระบายของระบบบำบัดมลพิษอากาศของโรงงานมีการเจาะจุดตรวจวัดที่ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ และพบว่าปล่องไม่มีบันไดสำหรับขึ้นไปดำเนินการตรวจวัดค่าปริมาณสารเจือปนในอากาศได้ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรีโดยไม่มีเหตุอันสมควร และอาจจะก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานได้ และจากข้อมูลการผลิตอ้อยและน้ำตาลไทยของโรงงาน ปี 2567/2568 ณ วันที่ 27 ธันวาคม 2567 ของสำนักบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย) พบว่าโรงงานน้ำตาลแห่งนี้มีการรับอ้อยเผาไฟเข้าหีบสูงที่สุดกว่า 73.74% ของปริมาณอ้อยทั้งหมดที่รับเข้าหีบ

“เพื่อดูแลชาวบ้านโดยรอบโรงงานและคืนอากาศบริสุทธ์ให้ประชาชน และการกำกับดูแลโรงงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้มาตรการเด็ดขาด สั่งการให้บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาล ทีเอ็น จำกัด จังหวัดลพบุรี หยุดประกอบกิจการโรงงานในทันที และให้ปรับปรุงจุดตรวจวัดของปล่องระบายของระบบบำบัดมลพิษอากาศพร้อมทั้งดำเนินการตรวจวัดวิเคราะห์ค่ามลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ภายในวันที่ 31 มกราคม 2568 ย้ำ!!! บริษัทฯ ต้องปรับปรุงแห้ไขโรงงานให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จึงจะอนุญาตให้กลับมาประกอบกิจการต่อไปได้” ดร.ณัฐพลฯ กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “การปฏิรูปอุตสาหกรรรม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่“ สร้างอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
โดยเร่งควบคุมอ้อยเผาไฟเข้าโรงงาน รวมถึงช่วยเหลือเกษตรกรปรับรูปแบบการผลิตและออกมาตรการสิทธิและประโยชน์ให้เกษตรกรที่ไม่เผา พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชน และได้ออกคำสั่งให้โรงงานนํ้าตาล 57 โรง ทั่วประเทศ หยุดรับอ้อย 7 วัน ตั้งแต่เมื่อวานนี้ 27 ธันวาคม 2567 จนถึงวันที่ 2 มกราคม 2568 เพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้เที่ยวพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ แบบไร้ฝุ่นควันที่เกิดจากการลักลอบเผาอ้อย และงดการบรรทุกขนส่งอ้อยบนท้องถนน เพื่อการสัญจรอย่างปลอดภัย ผมขอขอบคุณโรงงานน้ำตาลทุกบริษัทที่ให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตามหากโรงงานน้ำตาลบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อส่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนทุกท่านเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่ครับ” รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย

Share

ข่าวแนะนำ

Related Articles